<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>How to study abrod in UK &#8211; SJ World Education</title>
	<atom:link href="https://sjworldedu.com/th/tag/how-to-study-abrod-in-uk/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://sjworldedu.com/th</link>
	<description>The best advice at no cost</description>
	<lastBuildDate>Tue, 24 Oct 2017 07:41:59 +0000</lastBuildDate>
	<language>th-TH</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.9.1</generator>
	<item>
		<title>นักเรียนไทย กับ การเรียนมหาวิทยาลัยในประเทศอังกฤษ</title>
		<link>https://sjworldedu.com/th/blog/thai-children-study-abroad-in-uk/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[jackz]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 23 Oct 2017 10:53:17 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[[หน้าแรก] ประชาสัมพันธ์]]></category>
		<category><![CDATA[บทความน่ารู้]]></category>
		<category><![CDATA[How to study abrod in UK]]></category>
		<category><![CDATA[How to stydy in UK]]></category>
		<category><![CDATA[Study Abroad in UK]]></category>
		<category><![CDATA[Study in UK]]></category>
		<category><![CDATA[UK]]></category>
		<category><![CDATA[การเรียนในประเทศอังกฤษ]]></category>
		<category><![CDATA[ประสบการณ์]]></category>
		<category><![CDATA[ประสบการณ์การเรียนในอังกฤษ]]></category>
		<category><![CDATA[เรียนต่อประเทศอังกฤษ]]></category>
		<category><![CDATA[เล่าประสบการณ์การเรียนต่อประเทศอังกฤษ]]></category>
		<category><![CDATA[เล่าประสบการณ์การไปเรียนต่อ]]></category>
		<category><![CDATA[ไปเรียนประเทศอังกฤษ]]></category>
		<category><![CDATA[ไปเรียนอังกฤษ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.sjworldedu.com/?p=7417</guid>

					<description><![CDATA[นักเรียนไทย กับ การเรียนมหาวิทยาลัยในประเทศอังกฤษ นักเรียน ผู้ปกครอง หลายท่านที่กำลังหาข้อมูล เกี่ยวกับการไปศึกษาต่อยังประเทศอังกฤษ โดยเฉพาะนักเรียนที่สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.6) แล้วจะวางแผนการเรียนอย่างไร นอกเหนือจากเรื่อง ค่าใช้จ่ายซึ่งอาจจะหาข้อมูลได้ทั่วไป แต่ในเรื่องความเข้าใจเกี่ยวกับ ระบบการศึกษาของประเทศอังกฤษ เงื่อนไขการรับเข้าเรียน ข้อกำหนดด้านทักษะภาษาอังกฤษ หลักสูตรที่จะเรียนก่อนเข้ามหาวิทยาลัย ตลอดจน วุฒิการศึกษาที่ใช้ยื่นสมัครเข้าเรียน สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องจำเป็นที่จะต้องเรียนรู้ทำความเข้าใจ ประเทศอังกฤษมีความโดดเด่นทางด้านศิลปะ วัฒนธรรม และการศึกษา จึงได้รับความนิยมจากนักเรียนต่างชาติเพื่อเข้าไปเรียนต่อที่ประเทศอังกฤษเพราะจะได้ทั้งความรู้ด้านวิชาการควบคู่กับการได้ฝึกฝนทักษะการใช้ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวันอย่างเต็มที่ ได้สัมผัสวัฒนธรรมที่หลากหลายจากนักเรียนต่างชาติหลายประเทศ มีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับทั่วโลก มีมหาวิทยาลัยที่มีอายุเก่าแก่และมีชื่อเสียงระดับโลกหลายแห่ง เช่น Oxford University และ Cambridge University เป็นต้น ซึ่งมหาวิทยาลัยดังกล่าวเสมือนเป็นบรรทัดฐานที่สถาบันการศึกษาของอังกฤษ แห่งอื่นๆได้ปรับปรุง พัฒนาคุณภาพการสอนของสถาบันให้ดีอยู่เสมอ จึงได้รับความเชื่อถือและไว้วางใจด้านคุณภาพจากนักเรียนต่างชาติอีกทางหนึ่งด้วย นักเรียนไทยที่สำเร็จการศึกษามัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.6) จากประเทศไทยที่มีเป้าหมายจะไปเรียนต่อระดับมหาวิทยาลัย หรือ ปริญญาตรีที่ประเทศอังกฤษ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเรียนรู้ทำความเข้าใจระบบการศึกษา คุณวุฒิที่เป็นที่ยอมรับสากลในการใช้สมัครเรียน ตลอดจนเรื่องความต้องการด้านภาษาอังกฤษ (English requirement) ตามที่แต่ละมหาวิทยาลัย กำหนดก่อนรับเข้าเรียน รวมทั้ง ตามที่สถานทูตกำหนด เป็นเงื่อนไขในการยื่นขอวีซ่านักเรียน เป็นต้น การสมัครเข้าเรียนปริญญาตรี ที่ประเทศอังกฤษ วุฒิการศึกษาที่เป็นที่ยอมรับสากลทั่วไปได้แก่ A-Level ซึ่งเป็นวุฒิ ของประเทศอังกฤษเอง หรือ IB (International Baccalaureate) วุฒิที่เป็นที่ยอมรับทั่วโลก แต่สำหรับคุณวุฒิ ม.6 ของนักเรียนไทยแม้ว่าระดับผลการเรียนจะสูงก็ตาม ปรากฏว่าเกือบทุกมหาวิทยาลัยในประเทศอังกฤษยังไม่สามารถ รับเข้าเรียนระดับปริญญาตรี ปีที่ 1 ของมหาวิทยาลัยได้ ดังนั้นนักเรียนไทยที่ จบ ม.6 แล้วสนใจจะเรียนระดับปริญญาตรีของประเทศอังกฤษ จึงต้องเรียนเพิ่มเติม เพื่อให้ได้วุฒิที่สามารถสำหรับยื่นสมัครเรียนปี 1 ของมหาวิทยาลัยได้ โดยทั่วไปก็จะมี 2 ทางเลือก หลักๆ เช่น เรียนหลักสูตร A-Level ในประเทศอังกฤษ เป็นเวลา 2 ปี ทางเลือกนี้มีข้อเด่นคือถ้าผลการเรียนในระดับ A-level ได้เกรดสูง และคุณสมบัติอื่นๆพร้อมก็จะสามารถเลือกเข้าเรียนมหาวิทยาลัยเก่าแก่ที่มีชื่อเสียงในประเทศอังกฤษได้ แต่การเรียน A-Level ที่ต้องใช้เวลาถึง 2 ปี สำหรับบางคนอาจถือว่าเป็นข้อด้อยในแง่ของการที่จะประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายของนักเรียน สำหรับอีกทางเลือกหนึ่งก็คือการเรียนหลักสูตร International Foundation ในสถาบันการศึกษาในประเทศอังกฤษโดยใช้เวลาเรียน 1 ปี ซึ่งจะประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายลงได้เมื่อเทียบกับการเรียน A-Level ส่วนการที่จะใช้วุฒิ ม.6 สมัครเข้าเรียนมหาวิทยาลัยโดยตรงได้หรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับการพิจารณาของมหาวิทยาลัย แต่มีโอกาสที่จะได้รับการพิจารณาให้เข้าเรียนมหาวิทยาลัย โดยตรงมีโอกาสน้อยมาก ดังนั้นเพื่อประโยชน์สำหรับการเตรียมตัวไปเรียนต่อยังประเทศอังกฤษจึงขอกล่าวถึงระบบการศึกษาของประเทศอังกฤษ ดังนี้ 1.ระดับชั้นและระยะเวลาของแต่ละระดับ รายละเอียดตามรูปที่ 1   รูปที่ 1 ระดับชั้นและระยะเวลา โดยจะไม่กล่าวถึงการศึกษาระดับอนุบาล ในบทความนี้อย่างไรก็ตามท่านสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.sjworldedu.com/en/country/england/united-kingdom-education-system/ 2.ขั้นตอนการเรียนหลักสูตร International Foundation และมหาวิทยาลัย (University) ปี 1-3 รายละเอียดดังรูป 2   รูปที่ 2 ขั้นตอนการเรียน International Foundation – University 3.ข้อกำหนดด้านทักษะภาษาอังกฤษ (English requirement) ตามข้อกำหนดของ Immigration สำหรับเงื่อนไขการขอวีซ่า และ ข้อกำหนดของสถาบันการศึกษาแต่ละสถาบันรายละเอียดดังรูป 3   รูปที่ 3 English requirement 4.การเรียนปรับพื้นภาษาอังกฤษ (Pre – Sessional English) กรณีที่นักเรียนมีผลการสอบ IELTS ไม่ต่ำกว่า 4.0 ถือว่าผ่านเงื่อนไขที่ Immigration กำหนดเป็นเงื่อนไขในการยื่นขอวีซ่านักเรียนเข้าประเทศอังกฤษ แต่อาจยังไม่ถึงเกณฑ์ที่จะเข้าเรียนหลักสูตรตามที่สถาบันการศึกษากำหนด เช่น ถ้าจะเข้าเรียน International Foundation จะต้องมีผล IELTS = 5.5 หรือถ้าจะเรียนมหาวิทยาลัย ระดับปริญญาตรี ,ปริญญาโท จะต้องมีผล IELTS = ไม่ต่ำกว่า 6.0 หรือ 6.5 เป็นต้น (ดูเงื่อนไขข้อกำหนดของแต่ละสถาบันประกอบ) นักเรียนจะต้องสมัครเรียนภาษาอังกฤษตามหลักสูตร Pre-Sessional English ซึ่งจะต้องเรียนในศูนย์ภาษาอังกฤษของแต่ละมหาวิทยาลัยเท่านั้น (เรียนมาจากที่อื่นมหาวิทยาลัยจะไม่รับรองผล) โดยปกติแล้วเมื่อจบ Pre-Sessional English ตามจำนวนระยะเวลาที่กำหนดแล้วจะได้ Pathway เข้าเรียนหลักสูตรระดับต่อไปโดยไม่ต้องสอบ IELTS [&#8230;]]]></description>
		
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
