<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ไปเรียนอังกฤษ &#8211; SJ World Education</title>
	<atom:link href="https://sjworldedu.com/th/tag/%E0%B9%84%E0%B8%9B%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%A4%E0%B8%A9/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://sjworldedu.com/th</link>
	<description>The best advice at no cost</description>
	<lastBuildDate>Fri, 12 Jul 2019 04:52:15 +0000</lastBuildDate>
	<language>th-TH</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.9.1</generator>
	<item>
		<title>นักเรียนไทย กับ การเรียนมหาวิทยาลัยในประเทศอังกฤษ</title>
		<link>https://sjworldedu.com/th/blog/thai-children-study-abroad-in-uk/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[jackz]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 23 Oct 2017 10:53:17 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[[หน้าแรก] ประชาสัมพันธ์]]></category>
		<category><![CDATA[บทความน่ารู้]]></category>
		<category><![CDATA[How to study abrod in UK]]></category>
		<category><![CDATA[How to stydy in UK]]></category>
		<category><![CDATA[Study Abroad in UK]]></category>
		<category><![CDATA[Study in UK]]></category>
		<category><![CDATA[UK]]></category>
		<category><![CDATA[การเรียนในประเทศอังกฤษ]]></category>
		<category><![CDATA[ประสบการณ์]]></category>
		<category><![CDATA[ประสบการณ์การเรียนในอังกฤษ]]></category>
		<category><![CDATA[เรียนต่อประเทศอังกฤษ]]></category>
		<category><![CDATA[เล่าประสบการณ์การเรียนต่อประเทศอังกฤษ]]></category>
		<category><![CDATA[เล่าประสบการณ์การไปเรียนต่อ]]></category>
		<category><![CDATA[ไปเรียนประเทศอังกฤษ]]></category>
		<category><![CDATA[ไปเรียนอังกฤษ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.sjworldedu.com/?p=7417</guid>

					<description><![CDATA[นักเรียนไทย กับ การเรียนมหาวิทยาลัยในประเทศอังกฤษ นักเรียน ผู้ปกครอง หลายท่านที่กำลังหาข้อมูล เกี่ยวกับการไปศึกษาต่อยังประเทศอังกฤษ โดยเฉพาะนักเรียนที่สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.6) แล้วจะวางแผนการเรียนอย่างไร นอกเหนือจากเรื่อง ค่าใช้จ่ายซึ่งอาจจะหาข้อมูลได้ทั่วไป แต่ในเรื่องความเข้าใจเกี่ยวกับ ระบบการศึกษาของประเทศอังกฤษ เงื่อนไขการรับเข้าเรียน ข้อกำหนดด้านทักษะภาษาอังกฤษ หลักสูตรที่จะเรียนก่อนเข้ามหาวิทยาลัย ตลอดจน วุฒิการศึกษาที่ใช้ยื่นสมัครเข้าเรียน สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องจำเป็นที่จะต้องเรียนรู้ทำความเข้าใจ ประเทศอังกฤษมีความโดดเด่นทางด้านศิลปะ วัฒนธรรม และการศึกษา จึงได้รับความนิยมจากนักเรียนต่างชาติเพื่อเข้าไปเรียนต่อที่ประเทศอังกฤษเพราะจะได้ทั้งความรู้ด้านวิชาการควบคู่กับการได้ฝึกฝนทักษะการใช้ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวันอย่างเต็มที่ ได้สัมผัสวัฒนธรรมที่หลากหลายจากนักเรียนต่างชาติหลายประเทศ มีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับทั่วโลก มีมหาวิทยาลัยที่มีอายุเก่าแก่และมีชื่อเสียงระดับโลกหลายแห่ง เช่น Oxford University และ Cambridge University เป็นต้น ซึ่งมหาวิทยาลัยดังกล่าวเสมือนเป็นบรรทัดฐานที่สถาบันการศึกษาของอังกฤษ แห่งอื่นๆได้ปรับปรุง พัฒนาคุณภาพการสอนของสถาบันให้ดีอยู่เสมอ จึงได้รับความเชื่อถือและไว้วางใจด้านคุณภาพจากนักเรียนต่างชาติอีกทางหนึ่งด้วย นักเรียนไทยที่สำเร็จการศึกษามัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.6) จากประเทศไทยที่มีเป้าหมายจะไปเรียนต่อระดับมหาวิทยาลัย หรือ ปริญญาตรีที่ประเทศอังกฤษ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเรียนรู้ทำความเข้าใจระบบการศึกษา คุณวุฒิที่เป็นที่ยอมรับสากลในการใช้สมัครเรียน ตลอดจนเรื่องความต้องการด้านภาษาอังกฤษ (English requirement) ตามที่แต่ละมหาวิทยาลัย กำหนดก่อนรับเข้าเรียน รวมทั้ง ตามที่สถานทูตกำหนด เป็นเงื่อนไขในการยื่นขอวีซ่านักเรียน เป็นต้น การสมัครเข้าเรียนปริญญาตรี ที่ประเทศอังกฤษ วุฒิการศึกษาที่เป็นที่ยอมรับสากลทั่วไปได้แก่ A-Level ซึ่งเป็นวุฒิ ของประเทศอังกฤษเอง หรือ IB (International Baccalaureate) วุฒิที่เป็นที่ยอมรับทั่วโลก แต่สำหรับคุณวุฒิ ม.6 ของนักเรียนไทยแม้ว่าระดับผลการเรียนจะสูงก็ตาม ปรากฏว่าเกือบทุกมหาวิทยาลัยในประเทศอังกฤษยังไม่สามารถ รับเข้าเรียนระดับปริญญาตรี ปีที่ 1 ของมหาวิทยาลัยได้ ดังนั้นนักเรียนไทยที่ จบ ม.6 แล้วสนใจจะเรียนระดับปริญญาตรีของประเทศอังกฤษ จึงต้องเรียนเพิ่มเติม เพื่อให้ได้วุฒิที่สามารถสำหรับยื่นสมัครเรียนปี 1 ของมหาวิทยาลัยได้ โดยทั่วไปก็จะมี 2 ทางเลือก หลักๆ เช่น เรียนหลักสูตร A-Level ในประเทศอังกฤษ เป็นเวลา 2 ปี ทางเลือกนี้มีข้อเด่นคือถ้าผลการเรียนในระดับ A-level ได้เกรดสูง และคุณสมบัติอื่นๆพร้อมก็จะสามารถเลือกเข้าเรียนมหาวิทยาลัยเก่าแก่ที่มีชื่อเสียงในประเทศอังกฤษได้ แต่การเรียน A-Level ที่ต้องใช้เวลาถึง 2 ปี สำหรับบางคนอาจถือว่าเป็นข้อด้อยในแง่ของการที่จะประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายของนักเรียน สำหรับอีกทางเลือกหนึ่งก็คือการเรียนหลักสูตร International Foundation ในสถาบันการศึกษาในประเทศอังกฤษโดยใช้เวลาเรียน 1 ปี ซึ่งจะประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายลงได้เมื่อเทียบกับการเรียน A-Level ส่วนการที่จะใช้วุฒิ ม.6 สมัครเข้าเรียนมหาวิทยาลัยโดยตรงได้หรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับการพิจารณาของมหาวิทยาลัย แต่มีโอกาสที่จะได้รับการพิจารณาให้เข้าเรียนมหาวิทยาลัย โดยตรงมีโอกาสน้อยมาก ดังนั้นเพื่อประโยชน์สำหรับการเตรียมตัวไปเรียนต่อยังประเทศอังกฤษจึงขอกล่าวถึงระบบการศึกษาของประเทศอังกฤษ ดังนี้ 1.ระดับชั้นและระยะเวลาของแต่ละระดับ รายละเอียดตามรูปที่ 1   รูปที่ 1 ระดับชั้นและระยะเวลา โดยจะไม่กล่าวถึงการศึกษาระดับอนุบาล ในบทความนี้อย่างไรก็ตามท่านสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.sjworldedu.com/en/country/england/united-kingdom-education-system/ 2.ขั้นตอนการเรียนหลักสูตร International Foundation และมหาวิทยาลัย (University) ปี 1-3 รายละเอียดดังรูป 2   รูปที่ 2 ขั้นตอนการเรียน International Foundation – University 3.ข้อกำหนดด้านทักษะภาษาอังกฤษ (English requirement) ตามข้อกำหนดของ Immigration สำหรับเงื่อนไขการขอวีซ่า และ ข้อกำหนดของสถาบันการศึกษาแต่ละสถาบันรายละเอียดดังรูป 3   รูปที่ 3 English requirement 4.การเรียนปรับพื้นภาษาอังกฤษ (Pre – Sessional English) กรณีที่นักเรียนมีผลการสอบ IELTS ไม่ต่ำกว่า 4.0 ถือว่าผ่านเงื่อนไขที่ Immigration กำหนดเป็นเงื่อนไขในการยื่นขอวีซ่านักเรียนเข้าประเทศอังกฤษ แต่อาจยังไม่ถึงเกณฑ์ที่จะเข้าเรียนหลักสูตรตามที่สถาบันการศึกษากำหนด เช่น ถ้าจะเข้าเรียน International Foundation จะต้องมีผล IELTS = 5.5 หรือถ้าจะเรียนมหาวิทยาลัย ระดับปริญญาตรี ,ปริญญาโท จะต้องมีผล IELTS = ไม่ต่ำกว่า 6.0 หรือ 6.5 เป็นต้น (ดูเงื่อนไขข้อกำหนดของแต่ละสถาบันประกอบ) นักเรียนจะต้องสมัครเรียนภาษาอังกฤษตามหลักสูตร Pre-Sessional English ซึ่งจะต้องเรียนในศูนย์ภาษาอังกฤษของแต่ละมหาวิทยาลัยเท่านั้น (เรียนมาจากที่อื่นมหาวิทยาลัยจะไม่รับรองผล) โดยปกติแล้วเมื่อจบ Pre-Sessional English ตามจำนวนระยะเวลาที่กำหนดแล้วจะได้ Pathway เข้าเรียนหลักสูตรระดับต่อไปโดยไม่ต้องสอบ IELTS [&#8230;]]]></description>
		
		
		
			</item>
		<item>
		<title>แนะนำสถาบัน Bath Spa University</title>
		<link>https://sjworldedu.com/th/country/england/bath-spa-university/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[jackz]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 07 Apr 2015 20:38:40 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[[หน้าแรก] แนะนำสถาบัน]]></category>
		<category><![CDATA[England]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[แนะนำสถาบัน]]></category>
		<category><![CDATA[Bath]]></category>
		<category><![CDATA[BATH SPA UNIVERSITY]]></category>
		<category><![CDATA[English]]></category>
		<category><![CDATA[UK]]></category>
		<category><![CDATA[United Kingdom]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันอังกฤษ]]></category>
		<category><![CDATA[เรียนต่ออังกฤษ]]></category>
		<category><![CDATA[ไปเรียนอังกฤษ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.sjworldedu.com/?p=5710</guid>

					<description><![CDATA[สถาบัน Bath Spa University Bath Spa University เป็นมหาวิทยาลัยเก่าแก่แห่งหนึ่งของประเทศอังกฤษ โดยตั้งอยู่ที่เมืองบาธ ตัวเมืองบาธตั้งอยู่บนเนินหลายลูกในหุบเขาของแม่น้ำเอวอนในบริเวณที่มีน้ำพุร้อนธรรมชาติ ซึ่งเป็นที่ตั้งถิ่นฐานของชาวโรมัน ผู้สร้างโรงอาบน้ำโรมัน (Roman Bath) เมืองบาธเป็นสถานที่สมเด็จพระเจ้าเอ็ดการ์ผู้รักสงบ ทำพิธีราชาภิเษกเป็นพระมหากษัตริย์อังกฤษที่มหาวิทยาลัยบาธในปี ค.ศ. 973 ต่อมาในสมัยจอร์เจีย บาธกลายเป็นเมืองน้ำแร่ เป็นที่นิยมอย่างมาก ซึ่งทำให้เมืองขยายตัวขึ้นมาก และ มีสถาปัตยกรรมที่โดดเด่น จากสมัยนั้นที่สร้างจากหินบาธที่เป็นสีเหลืองนวล เมืองบาธได้รับฐานะเป็นเมืองมรดกโลกในปี ค.ศ.1987 อีกทั้งมีโรงละคร พิพิธภัณฑ์ และ สิ่งสำคัญทางวัฒนธรรม และ ทางการกีฬา ทำให้เมืองบาธกลายเป็นเมืองที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก ซึ่งชื่อของมหาวิทยาลัยบาธสปา เป็นชื่อที่ได้รับการแต่งตั้งตามสถานที่ในประวัติศาสตร์และอนุรักษ์มาจนถึงปัจจุบัน เมืองบาธเดินทางโดยรถไฟจากลอนดอนประมาณ 1 ชั่วโมง 20 นาทีและห่างจากเมืองบริสตอล ประมาณ 15 นาที นอกจากเป็นเมืองที่เป็นที่นิยมของเหล่านักท่องเที่ยวแล้ว บาธยังเป็นเมืองที่ทันสมัยทั้งด้านเทคโนโลยี และ ดิจิตอลอาร์ต รวมทั้งยังเป็นเมืองที่เงียบสงบเหมาะแก่การเรียนรู้ วิทยาเขตของ Bath Spa University มีทั้งหมด 4 วิทยาเขตตั้งอยู่ในบริเวณใจกลางเมืองบาธ ซึ่งอยู่ห่างจากแหล่งร้านค้า ร้านอาหาร จุดศูนย์รวมของเมือง และ สถานที่สำคัญของเมืองที่อยู่เพียง 5 นาที นอกจากนั้นทางมหาวิทยาลัยยังได้มีการเพิ่มและพัฒนาศูนย์การเรียนรู้และปรับปรุงอาคารเรียนให้มีความทันสมัยให้แก่นักศึกษาอยู่อย่างต่อเนื่อง นักเรียนสามารถเข้าไปใช้ห้องคอมพิวเตอร์ของมหาวิทยาลัยได้ตลอด 24 ชั่วโมง มหาวิทยาลัยบาธสปา รับนักศึกษาทั้งในประเทศและจากหลายประเทศโดยเปิดสอนหลากหลายสาขาวิชาในระดับ International First year (IFY) Undergraduate, Postgraduate และ Research, PHD มหาวิทยาลัยประกอบด้วย 6 คณะ School of Art and Design School of Education School of Humanities and cultural Industries School of Music and Performing Arts School of Research and graduate Affairs School of Social, Enterprise and Environment (Business School) วิทยาเขตของ Bath Spa University 1. Main Campus – Newton Park ตั้งอยู่ห่างจาก City Centre เพียง 15 นาทีและเป็นที่ตั้งของ School of Society Enterprise and Environment ซึ่งสอนหลักสูตรบริหารธุรกิจ (Business Management) และ Environment มีที่พักนักศึกษาแบบมีห้องน้ำในตัวและแบบแชร์บริการนักศึกษา 2. Sion Hill ตั้งอยู่ใจกลางเมือง Bath เป็นที่ตั้งของ Bath School of Arts มีชื่อเสียงมายาวนานด้านการสอนเรื่องศิลปะ Art and Design และ Music and Performing Arts เรียกได้ว่าเป็นลำดับต้น ๆ ของอังกฤษรองลงมาจาก University of Arts London ปัจจุบันเป็น School of Art and Design ของ Bath Spa University เปิดสอนหลักสูตรศิลปะทั้งหมด (Fine Arts) 3. Corsham Court ตั้งอยู่ห่างจากใจกลางเมืองเพียง 15 นาทีเป็นที่ตั้งของ School of Humanities and Cultural Industries โดยเปิดสอนด้าน Creative Writing, Film making, Scriptwriting เป็นต้น 4. Hartham [&#8230;]]]></description>
		
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
