<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>บทความน่ารู้ &#8211; SJ World Education</title>
	<atom:link href="https://sjworldedu.com/th/category/blog/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://sjworldedu.com/th</link>
	<description>The best advice at no cost</description>
	<lastBuildDate>Sun, 06 Oct 2024 08:15:38 +0000</lastBuildDate>
	<language>th-TH</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.9.1</generator>
	<item>
		<title>การรับรองคุณวุฒิ และ การเทียบคุณวุฒิทางการศึกษา ระดับอุดมศึกษา กรณีสำเร็จการศึกษาจากสถาบันการศึกษาในต่างประเทศ</title>
		<link>https://sjworldedu.com/th/blog/accreditation-for-postgraduate-from-abroad/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SJ WORLD EDUCATION]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 06 Oct 2024 08:15:10 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[[หน้าแรก] ประชาสัมพันธ์]]></category>
		<category><![CDATA[บทความน่ารู้]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sjworldedu.com/?p=9253</guid>

					<description><![CDATA[การรับรองคุณวุฒิ และ การเทียบคุณวุฒิทางการศึกษา ระดับอุดมศึกษา กรณีสำเร็จการศึกษาจากสถาบันการศึกษาในต่างประเทศ การศึกษาต่อต่างประเทศ การมีใบปริญญาบัตร ประกาศนียบัตร จากสถาบันการศึกษาในต่างประเทศ แสดงให้เห็นว่าเราได้รับประสบการณ์ใหม่ๆ เรียนรู้วัฒนธรรมที่หลากหลาย เห็นโลกได้กว้างมากขึ้น เป็นข้อได้เปรียบอย่างหนึ่งในการเข้าสู่ตำแหน่งงานหรือในชีวิตการทำงาน แต่อย่างไรก็ตามมักจะมีข้อกังวลหรือคำถามจากตัวเราเองหรือบุคคลอื่นในเรื่องของการรับรองคุณวุฒิและการเทียบคุณวุฒิทางการศึกษากรณีสำเร็จการศึกษาจากสถาบันการศึกษาในต่างประเทศ เพราะบ่อยครั้งที่ปรากฎเป็นข่าวการถูกล่อลวงจากผู้แนะนำที่ไม่สุจริต การเลือกสถาบันการศึกษาที่ไม่น่าเชื่อถือที่ผ่านการรับรองของแต่ละประเทศ การได้มาของคุณวุฒิการศึกษาที่ไม่ถูกต้องในที่สุดไม่สามารถใช้ประโยชน์เป็นหลักฐานทางการศึกษาได้เพราะไม่ผ่านการรับรองวิทยฐานะ หรือ การเทียบคุณวุฒิได้ต่ำกว่ามาตรฐานคุณวุฒิตามเกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษา พ.ศ.2558 ของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (เดิมคือกระทรวงศึกษาธิการ) เป็นต้น เมื่อนำมาใช้ในประเทศไทย ทำให้เสียเวลา เสียค่าใช้จ่าย เสียความรู้สึก บทความนี้เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับ การรับรองคุณวุฒิ และ การเทียบคุณวุฒิทางการศึกษา ระดับอุดมศึกษากรณีสำเร็จการศึกษาจากสถาบันการศึกษาในต่างประเทศ ซึ่งมีหน่วยงานของราชการไทย จำนวน 2 หน่วยงาน คือ สำนักงาน ก.พ. รับรองคุณวุฒิ และ กระทรวงการอุดมศึกษาฯ (อว.) เทียบคุณวุฒิทางการศึกษา ระดับอุดมศึกษา รายละเอียดดังนี้ 1.สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (สำนักงาน ก.พ.) ศูนย์สรรหาและเลือกสรร สำนักงาน ก.พ.มีหลักเกณฑ์การรับรองคุณวุฒิ (ตามเอกสาร ว.14/2551 และ ว.21/2564) 1.1 Website ระบบตรวจสอบคุณวุฒิ https://accreditation.ocsc.go.th 1.2 การรับรองคุณวุฒิพิจารณาจาก • ต้องเป็นคุณวุฒิการศึกษาจากสถาบันการศึกษาที่ได้รับการรับรองวิทยฐานะจากภาครัฐหรือองค์กรวิชาชีพที่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย • กรณีที่เป็นหลักสูตรการศึกษาวิชาชีพ ต้องเป็นการจัดหลักสูตรการศึกษาที่ได้มาตรฐานตามเกณฑ์ของหน่วยงาน 1.3 การรับรองคุณวุฒิในประเทศ ก.พ.รับรองคุณวุฒิการศึกษาตามหลักสูตรของสถาบันการศึกษาของราชการหรือเอกชนที่ได้รับอนุญาตให้จัดตั้งขึ้นโดยถูกต้องตามกฎหมาย และหลักสูตรการศึกษาได้รับการรับรองมาตรฐานจากกระทรวงศึกษาธิการหรือหน่วยงานอื่นที่มีอำนาจ • ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) และ ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ต้องได้รับการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษา(สอศ.) • ระดับอุดมศึกษา (อนุปริญญา-ปริญญาเอก) ได้รับการตรวจสอบ หรือพิจารณาว่าเป็นไปตามมาตรฐานการอุดมศึกษาจากสำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม 1.4 การรับรองคุณวุฒิต่างประเทศ ก.พ.รับรองคุณวุฒิการศึกษาจากสถาบันการศึกษาที่ได้รับการรับรองวิทยฐานะสถาบันการศึกษาจากหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายของประเทศนั้นๆ ให้บรรจุเข้ารับราชการดังนี้ • ประเทศซึ่งรัฐบาลมีหน่วยงาน ที่ทำหน้าที่รับรองวิทยฐานะ สถาบันการศึกษาและหลักสูตรการศึกษาในทุกระดับการศึกษา สถาบันการศึกษานั้นๆต้องได้รับการรับรองวิทยฐานะจากรัฐบาลหรือหน่วยงานของรัฐดังกล่าว • ประเทศซึ่งรัฐบาลไม่มีหน่วยงานที่ทำหน้าที่รับรองวิทยฐานะสถาบันการศึกษาและหลักสูตรการศึกษา สถาบันการศึกษานั้นๆต้องได้รับการรับรองจากหน่วยงานอิสระที่ไม่ได้มุ่งหวังผลกำไร (Non-Profit Organization) ที่ทำหน้าที่รับรองวิทยฐานะสถาบันการศึกษา หรือ องค์กรวิชาชีพที่ทำหน้าที่รับรองวิทยฐานะมาตรฐานวิชาชีพ รายละเอียดตามรูปที่ 1 รูปที่ 1 หลักเกณฑ์การรับรองคุณวุฒิ ที่มา สำนักงาน ก.พ. : https://accreditation.ocsc.go.th/accreditation นอกจากนี้ ใน Website ของสำนักงาน ก.พ. หัวข้อ สถาบันการศึกษาในต่างประเทศ มีข้อความแจ้งว่า: โปรดทราบ ปริญญาบัตรจากสถาบันการศึกษาในต่างประเทศที่จะใช้สมัครงานราชการได้นั้น จะต้องเป็นสถาบันการศึกษาที่ได้รับการรับรองวิทยฐานะจากรัฐบาลหรือสมาคมวิชาชีพในประเทศนั้น สำนักงาน ก.พ. ไม่ได้เป็นผู้รับรองวิทยฐานะ ประเทศต่าง ๆ ได้ให้ความร่วมมือโดยส่งข้อมูลให้กระทรวงต่างประเทศของไทย 2 แบบคือ (1) รายชื่อสถาบันการศึกษาที่ได้รับการรับรองวิทยฐานะ และ/หรือ (2) เว็บไซต์สำหรับใช้ค้นหาสถาบันการศึกษาที่ได้รับการรับรองวิทยฐานะ หากไม่พบรายชื่อสถาบันการศึกษาในต่างประเทศที่ท่านต้องการ โปรดติดต่อหน่วยงานรัฐบาลของประเทศนั้นด้วยตัวท่านเอง เพื่อขอหนังสือรับรองวิทยฐานะ ที่มา สำนักงาน ก.พ. https://accreditation.ocsc.go.th/accreditation/edu/international ตัวอย่าง หน่วยงานรับรองวิทยฐานะสถาบันการศึกษาในประเทศอินเดีย ซึ่งแต่ละหน่วยงานที่รับรองวิทยฐานะแต่ละระดับการศึกษา สาขาวิชาที่แตกต่างกันออกไปในที่นี้ขอยกตัวอย่างเพียงบางส่วนดังตารางที่ 1 ลำดับ หน่วยงานรับรองวิทยฐานะ Institutional Accreditation Agencies รายละเอียดภารกิจ Description ลิงค์ Link 1 University Grants Commission (Grants recognition not accreditation) ให้การรับรอง ” recognition” ซึ่งเป็นการรับรองขั้นพื้นฐานสำหรับมหาวิทยาลัยทั่วประเทศอินเดีย https://www.ugc.ac.in 2 National Assessment &#38; Accreditation Council (NAAC) ให้การรับรองวิทยฐานะ “Accreditation” ซึ่งเป็นการรับรองมาตรฐานการศึกษาตามเกณฑ์ที่สูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำ และ เป็นการรับรองวิทยฐานะสำหรับมหาวิทยาลัย http://naac.gov.in/index.php./en/ ตารางที่ 1 ตัวอย่าง หน่วยงานรับรองวิทยฐานะสถาบันการศึกษาในประเทศอินเดีย ที่มา: https://accreditation.ocsc.go.th/content/accreditation/countries/india.pdf ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียด หน่วยงานรับรองวิทยฐานะ (Institutional Accreditation Agencies) และ [&#8230;]]]></description>
		
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เรียนภาษาอังกฤษประเทศอินเดีย กับ สถาบันสอนภาษาซิมไบโอซิส เมือง ปูเณ่ ประเทศอินเดีย</title>
		<link>https://sjworldedu.com/th/blog/visit-eltis/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SJ WORLD EDUCATION]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 30 May 2023 13:30:12 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[[หน้าแรก] แนะนำสถาบัน]]></category>
		<category><![CDATA[บทความน่ารู้]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sjworldedu.com/?p=9124</guid>

					<description><![CDATA[เรียนภาษาอังกฤษประเทศอินเดีย กับ สถาบันสอนภาษาซิมไบโอซิส เมือง ปูเณ่ ประเทศอินเดีย ภาษาอังกฤษมีบทบาทที่สำคัญ ทั้งในด้านการศึกษาหาความรู้ และ การเข้าสู่อาชีพการทำงาน แต่หากตั้งคำถามว่าทำไมต้องเรียนภาษาอังกฤษ เหตุผลโดยรวมก็เพราะว่า เป็นภาษาที่ใช้และพูดกันแพร่หลายมากที่สุด, ขยายโอกาสทางการศึกษา, ภาษาในการสื่อสารระหว่างประเทศ , การเดินทางง่ายขึ้นมากด้วยความรู้ภาษาอังกฤษที่ดี, ภาษาที่โดดเด่นของธุรกิจ, ภาษาของสื่อและวรรณกรรมที่หลากหลาย, หนุนอาชีพ, เข้าถึงวัฒนธรรมของประเทศที่พูดภาษาอังกฤษ และ การเรียนภาษาอังกฤษเป็นเรื่องง่าย และ สนุก (ที่มา :Why learn English ,https://eltis.edu.in) ผมมีโอกาสได้เดินทางไปเยี่ยมชมสถานบันสอนภาษาซิมไบโอซิส (English Language Teaching Institute of Symbiosis: ELTIS) เมืองปูเณ่ (Pune) รัฐมหาราษฏระ (Maharashtra) ประเทศอินเดียซึ่งเป็นสถาบันที่อยู่ภายใต้การดูแลของมหาวิทยาลัยซิมไบโอซิส (Symbiosis International University) เพราะผมทราบว่า เป็นสถาบันที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในการฝึกทักษะด้านภาษาอังกฤษสำหรับนักเรียนต่างชาติที่มาจากหลากหลายประเทศทั่วทุกมุมโลกกว่า 53 เชื้อชาติ เช่น อัฟกานิสถาน, แองโกลา, บาห์เรน, เบลเยียม, บราซิล โบลิเวีย บัลแกเรีย บุรุนดี แคเมอรูน จีน โคลอมเบีย คองโก จิบูตี สาธารณรัฐประชาธิปไตย คองโก อียิปต์ เอธิโอเปีย ฝรั่งเศส เยอรมนี อิหร่าน อิรัก อิตาลี ญี่ปุ่น จอร์แดน เกาหลี เลบานอน โมซัมบิก เมียนมาร์ ไนเจอร์ โอมาน เปรู กาตาร์ รัสเซีย ซาอุดีอาระเบีย สเปน ซูดาน สวีเดนไทย, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และ เยเมน เป็นต้น ดังนั้น เพื่อประโยชน์แก่ผู้สนใจเรียนภาษาอังกฤษ ในประเทศอินเดียจึงขอแนะนำสถาบันสอนภาษา ELTIS ซึ่งก่อตั้งขึ้นเมื่อ ปี 1972 ถ้านับถึงปี 2023 เปิดมานานถึง 51 ปี สถาบันนี้ เป็นส่วนหนึ่งของ มหาวิทยาลัย Symbiosis International University ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยเอกชน เปิดสอนภาษาอังกฤษสำหรับนักศึกษาต่างชาติและนักศึกษาอินเดียที่สนใจเรียนรู้ พัฒนาทักษะภาษาอังกฤษเพิ่มเติม โดยหลักสูตรภาษาอังกฤษที่เปิดสอนนี้มีทั้งระดับประกาศนียบัตร (Certificate) ระยะสั้น ระยะยาว และหลักสูตร ระดับอนุปริญญา 1 ปี (1 Year Diploma) เพื่อให้ผู้เรียนนำไปใช้ในการเรียนขั้นสูง และในการทำงานต่อไป ELTIS จัดหลักสูตรแบบ CAPSULE COURSES กล่าวคือ มีเนื้อหา หลักสูตรที่ครอบคลุม เช่น พูดภาษาอังกฤษ (Spoken English) ไวยากรณ์ภาษาอังกฤษเป็นเรื่องง่าย (English Grammar Made Easy) การเขียนภาษาอังกฤษอย่างมีประสิทธิภาพ (Effective Writing in English) ,การเตรียมสอบ TOEFL/IELTS (TOEFL/IELTS Preparation) ภาษาอังกฤษสำหรับที่ทำงาน (English for Workplace) และ การเขียนเนื้อหา (Content Writing) และ ภาษาอังกฤษธุรกิจ (Business English)   หลักสูตรที่เปิดสอนของสถาบัน ELITS 1.หลักสูตรระดับประกาศนียบัตร (Certificate Course) ประกอบด้วย 2 หลักสูตรระยะเวลาการศึกษาไม่เท่ากัน 1.1 หลักสูตร Practical English Program เป็นหลักสูตรระยะสั้น 4 เดือน (Short-Term Four Months) 1.2 หลักสูตร Proficiency in English เป็นหลักสูตรระยะยาว 6 เดือน (Long-Term Six Months)   หมายเหตุ จากการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ปี 2023 สถาบันฯไม่รับนักศึกษาต่างชาติ [&#8230;]]]></description>
		
		
		
			</item>
		<item>
		<title>จบ ม.ปลาย / O-Level/A-Level เรียนต่อมาเลเซีย ประหยัด สะดวก มาตรฐานสากล SENTRAL College Penang and University of Salford, UK</title>
		<link>https://sjworldedu.com/th/blog/review-sentral-college/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SJ WORLD EDUCATION]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 16 Aug 2022 04:48:31 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[[หน้าแรก] แนะนำสถาบัน]]></category>
		<category><![CDATA[บทความน่ารู้]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันการศึกษา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sjworldedu.com/?p=8987</guid>

					<description><![CDATA[จบ ม.ปลาย / O-Level/A-Level เรียนต่อมาเลเซีย ประหยัด สะดวก มาตรฐานสากล SENTRAL College Penang and University of Salford, UK หลายปีต่อเนื่องที่ผู้เขียนเป็นผู้แนะนำหลักสูตร สถาบันการศึกษา และ สมัครเรียนให้กับนักเรียนไทย เพื่อไปศึกษาต่อต่างประเทศในระดับ และสาขาต่างๆ พบว่าผู้ปกครองจำนวนมาก ที่ส่ง บุตร หลานไปศึกษาระดับมัธยมศึกษา (High School) ยังประเทศ มาเลเซีย เพราะมาเลเซีย มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม ค่าเล่าเรียนที่ไม่แพง ค่าครองชีพถูก มาเลเซียได้รับการขนานนามว่าเป็นศูนย์กลางการศึกษาแห่งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การเดินทางที่ง่าย สะดวก เนื่องจากมาเลเซียมีชายแดนติดต่ออยู่กับไทย สามารถเลือกเดินทางด้วยทางรถยนต์ รถไฟ หรือเครื่องบิน นอกจากนี้ นักเรียนได้รับความรู้ ทักษะด้านภาษา 2 – 3 ภาษา คือ ภาษาอังกฤษ ภาษาจีน และ ภาษามลายู อีกด้วย เมื่อนักเรียนสำเร็จการศึกษา มัธยมศึกษาตอนปลาย จากมาเลเซีย ได้รับคุณวุฒิ O-Level หรือ A-Level ระบบ IGCSE มาตรฐานของประเทศอังกฤษ นักเรียน และผู้ปกครอง จำนวนไม่น้อยที่มีความสนใจเกี่ยวกับระบบการศึกษาต่อระดับที่สูงขึ้นในประเทศมาเลเซียแต่อาจจะยังขาดข้อมูล เส้นทางการศึกษาต่อหลักสูตร แต่ละระดับ สาขาวิชา และ สถาบันการศึกษา โอกาสนี้ผู้เขียนจึงขอแนะนำรายละเอียดดังกล่าว โดยเลือก SENTRAL College Penang and University of Salford, UK ซึ่งทั้งสองสถาบันการศึกษามีความร่วมมือจัดการเรียนการสอน มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับ รายละเอียดดังนี้ SENTRAL College Penang ตั้งอยู่ในอาคาร 14 ชั้น อาคารที่สูงที่สุดในเขตแกนกลางของมรดกโลกขององค์การยูเนสโก Menara SENTRAL เลขที่ 3 Penang St, Georgetown, 10200 Penang, ประเทศ มาเลเซีย มีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ทันสมัย เป็น สถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษา โปรแกรมที่เปิดสอนได้รับการอนุมัติจากกระทรวงศึกษาธิการ (MOE) และได้รับการรับรองโดย Malaysian Qualification Agency (MQA) สาขาการศึกษา ได้แก่ ธุรกิจและการจัดการ(Business &#38; Management) การบัญชีและการเงิน (Accounting &#38; Finance) คอมพิวเตอร์และไอที (Computer &#38; IT) การท่องเที่ยวและการโรงแรม (Tourism &#38; Hospitality) และการศึกษาปฐมวัย (Early Childhood Education) SENTRAL College Penang ทำงานร่วมกับ University of Salford เมืองแมนเชสเตอร์ สหราชอาณาจักร เพื่อจัดหลักสูตรระดับโลกในราคาย่อมเยาของสหราชอาณาจักร เส้นทางสู่ความสำเร็จทางวิชาการ (Academic Pathway Towards Success) ก่อนที่จะแนะนำรายละเอียดโปรแกรมที่เปิดสอน (Programmes Offered) ของ SENTRAL College Penang มาทำความเข้าใจเส้นทางสู่ความสำเร็จทางวิชาการกันก่อนเพื่อทำความเข้าใจถึงคุณสมบัติของผู้ที่สนใจสมัครเข้าเรียนว่าต้องมีคุณวุฒิการศึกษาในระดับใดจึงจะสมัครเข้าเรียนได้และในแต่ละระดับและระยะเวลาศึกษาของแต่ละหลักสูตร เพื่อเป็นประโยชน์ในการเตรียมความพร้อม หรือวางแผน ด้านต่างๆ เช่นพื้นความรู้ เวลา และประมาณการค่าใช้จ่าย เป็นต้น จากแผนภูมิ Academic Pathway Towards Success สามารถแบ่งกลุ่มของคุณวุฒิการศึกษาที่ใช้ในการสมัครเรียนออกเป็น 2 กลุ่ม รายละเอียดดังนี้ 1. SPM/O-Level or equivalent qualification  SPM คือคุณวุฒิของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย (Upper Secondary) มาเลเซีย ที่เลือกเรียนสายวิชาการและเทคนิคเมื่อจบแล้วจะต้องสอบผ่านข้อสอบของรัฐ (Sijit Pelajaran Malaysia: SPM)  O-Level หรือ IGCSE O-Level (International General Certificate of Secondary Education [&#8230;]]]></description>
		
		
		
			</item>
		<item>
		<title>นักเรียนไทย กับ ความนิยมไปเรียนต่อประเทศจีน</title>
		<link>https://sjworldedu.com/th/blog/thai-student-study-china-article/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SJ WORLD EDUCATION]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 04 May 2022 02:40:29 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[[หน้าแรก] หลักสูตร]]></category>
		<category><![CDATA[China]]></category>
		<category><![CDATA[บทความน่ารู้]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sjworldedu.com/?p=8924</guid>

					<description><![CDATA[นักเรียนไทย กับ ความนิยมไปเรียนต่อประเทศจีน หลายปีต่อเนื่องที่ผู้เขียนมีโอกาสแนะแนวการศึกษา สมัครเรียน ขอวีซ่า และติดตามประสานงานระหว่างเรียน แก่นักเรียนไทยที่ศึกษาต่อประเทศ เช่น ออสเตรเลีย สิงคโปร์ และ มาเลเซีย เป็นส่วนใหญ่ มักจะได้รับการสอบถามจากนักเรียน ผู้ปกครองบ่อยมากเกี่ยวกับการศึกษาต่อยังประเทศจีน โดยเฉพาะนักเรียนที่จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษา (High School) จากมาเลเซีย หรือสิงคโปร์ เพราะนักเรียนกลุ่มนี้มีทักษะทั้งภาษาอังกฤษ และภาษาจีน มากพอสมควรแล้ว จากการได้ใช้ชีวิตใน มาเลเซีย หรือ สิงคโปร์ เป็นระยะเวลา 3-5 ปี จึงมีประเทศเป้าหมายปลายทางของการศึกษาต่อที่ประเทศจีน จำนวนนักศึกษาต่างชาติในประเทศจีน ประเทศจีนมีการพัฒนาด้านเศรษฐกิจ และ สังคม ส่งผลให้นักศึกษาไทย และนักศึกษาต่างชาติในภาพรวมเลือกไปเรียนต่อที่ประเทศจีนมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลจากการสำรวจของ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ พบว่าตั้งแต่ในปี ค.ศ.2013-2020 นักศึกษาต่างชาติเข้ามาศึกษาในประเทศจีนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี กล่าวคือ ในปี ค.ศ.2013 มีจำนวน 328,000 คน และในปี ค.ศ.2019 เพิ่มขึ้นเป็น 492,000 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักศึกษาจากประเทศเกาหลีใต้มากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 22 รองลงมาได้แก่ประเทศไทย ร้อยละ 13 ปากีสถาน ร้อยละ 12 อินเดีย ร้อยละ 10 สหรัฐอเมริกา ร้อยละ 9 รัสเซีย ร้อยละ 9 อินโดนีเซีย ร้อยละ 7 ลาว ร้อยละ 7 ญี่ปุ่น ร้อยละ 6 และประเทศ คาซัคสถาน ร้อยละ 5 ตามลำดับ และ ข้อมูลจาก กระทรวงศึกษาธิการของจีน พบว่า ใน ปี ค.ศ.2018 มีนักศึกษาต่างชาติเดินทางเข้ามาเรียนในประเทศจีนทั้งหมด 492,185 คน จาก 196 ประเทศในจำนวนนี้มีนักศึกษาไทยมากเป็นอันดับที่ 2 เหตุผลที่ควรเรียนต่อประเทศจีน ประเทศจีนได้รับความนิยมมากทั้งการเดินทางท่องเที่ยวและการศึกษา มีประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่น่าสนใจ มีประชากรมากที่สุดในโลก การที่มีนักศึกษาต่างชาติจากทั่วโลกมาศึกษาที่จีนทำให้นักศึกษามีเครือข่ายเพื่อนต่างชาติ เปิดโลกกว้างทางวัฒนธรรมที่หลากหลายทั้งวัฒนธรรมของจีนและวัฒนธรรมอื่นๆทั่วโลก เหตุผลที่มักจะถูกใช้เป็นข้อมูลการตัดสินใจเลือกไปเรียนต่อจีนพอจะสรุปได้ดังนี้ 1.การพัฒนาภาษาจีน การใช้ชีวิตเรียนต่อในประเทศจีน อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ได้ใช้ภาษาจีนในชีวิตประจำวัน ช่วยให้สามารถสื่อสารภาษาจีนได้รวดเร็วกว่าการเรียนที่ไทย ความสำคัญของภาษาจีนคือเป็นภาษาที่มีคนใช้มากที่สุดในโลก นักธุรกิจจีนมาลงทุนทำธุรกิจในประเทศไทย และประเทศอื่นๆทั่วโลกเป็นจำนวนมาก ผู้ที่มีทักษะการสื่อสารเป็นภาษาจีนได้ ถือเป็นโอกาสดีเพราะความต้องการขอตลาดแรงงานสูงมาก 2.คุณภาพการศึกษา รัฐบาลจีนได้พัฒนาระบบการศึกษาจนติดอันดับโลก (Top University in China: QS World Ranking 2022) ติดอัน Top 50 มหาวิทยาลัยโลกถึง 5 อันดับ ตัวอย่างเช่น มหาวิทยาลัยชิงหวา (Tsinghua University) อันดับที่ 17 มหาวิทยาลัย ปักกิ่ง (Peking University) อันดับที่ 18 มหาวิทยาลัยฟูดาน (Fudan University) อันดับที่ 31 มหาวิทยาลัยเจ้อเจียง (Zhejiang University) อันดับที่ 45 และ มหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้เจียวทง (Shianghai Jiao Tong University) อันดับที่ 50 3.ค่าใช้จ่าย ได้แก่ ค่าเรียน ค่าครองชีพ การเดินทาง บริการขนส่งมวลชน ในประเทศจีนถูกกว่าเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ เช่น ออสเตรเลีย อังกฤษ สหรัฐอเมริกา เป็นต้น 4.โอกาสการเข้าสู่ตำแหน่งงาน ผู้สำเร็จการศึกษาจากประเทศจีน ที่สามารถพูดภาษาจีนได้ รวมทั้งเข้าใจในวัฒนธรรมของจีน มีโอกาสเข้าสู่ตำแหน่งงาน ทำงานในบริษัทของจีน มากขึ้น ซึ่งนักธุรกิจจีนมีการลงทุนทำธุรกิจ ในประเทศไทย และ ประเทศอื่นๆทั่วโลก ความต้องการบุคลากรที่สามารถสื่อสารภาษาจีนได้เป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานสูง 5.การได้รับประสบการณ์ ด้านต่างๆโดยตรง เช่น เช่นด้านภาษาและวัฒนธรรมของจีน และของชาติอื่นๆ ได้เรียนรู้จากการอยู่ร่วมกันกับกลุ่มคนหลายเชื้อชาติ ที่มาศึกษาในประเทศจีน การศึกษาในประเทศจีน กระทรวงศึกษาธิการของจีนเป็นผู้กำหนด ควบคุม ดูแลหลักสูตรตั้งแต่ระดับประถมศึกษาจนถึงระดับมหาวิทยาลัย ซึ่งมหาวิทยาลัยในประทศจีนเกือบทุกแห่งเป็นของรัฐบาล [&#8230;]]]></description>
		
		
		
			</item>
		<item>
		<title>หลักสูตรภาษาอังกฤษสำหรับนักเรียนต่างชาติในออสเตรเลีย ความสำคัญของนักเรียนไทย</title>
		<link>https://sjworldedu.com/th/blog/elicos-in-australia-article/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SJ WORLD EDUCATION]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 03 May 2022 06:50:07 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[[หน้าแรก] หลักสูตร]]></category>
		<category><![CDATA[บทความน่ารู้]]></category>
		<category><![CDATA[หลักสูตรและโครงการ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sjworldedu.com/?p=8907</guid>

					<description><![CDATA[หลักสูตรภาษาอังกฤษสำหรับนักเรียนต่างชาติในออสเตรเลีย ความสำคัญของนักเรียนไทย หลักสูตรภาษาอังกฤษแบบเข้มข้นสำหรับนักเรียนต่างชาติ (English Language Intensive Courses for Overseas Students : ELICOS) ในประเทศออสเตรเลีย เป็นหลักสูตรที่ได้รับความนิยมจากนักเรียนต่างชาติ เหมาะสำหรับการฝึกฝนภาษาอังกฤษเพื่อเตรียมความพร้อมหรือการปรับพื้นฐานทักษะภาษาอังกฤษ เรียนรู้วัฒนธรรมที่หลากหลาย ประสบการณ์การใช้ชีวิตในออสเตรเลีย ลดอุปสรรคที่จะเกิดขึ้นในการเรียน การใช้ชีวิต รวมถึงการทำงาน Part time สำหรับผู้ถือวีซ่านักเรียนด้วย ออสเตรเลียมีระบบ และ คุณภาพการศึกษาที่ยอดเยี่ยมมาก รัฐบาลของออสเตรเลียให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรมการศึกษาทำให้สามารถดึงดูดความสนใจให้นักศึกษานานาชาติเดินทางเข้าไปศึกษายังประเทศออสเตรเลียจำนวนมากปีละหลายแสนคน Source: Australian Trade and Investment Commission (Austrade) รูปที่ 1 Top 10 Countries Students number in Australia ข้อมูลจาก Australian Trade and Investment Commission (Austrade) พบว่า จำนวนนักศึกษาต่างชาติในประเทศออสเตรเลีย ข้อมูล พฤศจิกายน ค.ศ.2018 มีจำนวน 690,468 คน มากกว่า พฤศจิกายน 2017 ถึง 11 % 10 ลำดับประเทศที่มีจำนวนนักเรียนในประเทศออสเตรเลีย ได้แก่ China 204,490, India 89,214, Nepal 42,884, Brazil 26,237, Malaysia 26,034, Vietnam 24,094, Korea Republic of (South) 21,677,Thailand 17,898, Colombia 16,686 , และ Indonesia 16,502 คน ตามลำดับ ประเทศไทยอยู่ในอันดับ 8 ของ Top 10 Countries และอันดับ 3 ใน ASEAN Source: Australian Trade and Investment Commission (Austrade) รูปที่ 2 Student Visa grants for Thai Students สถิติผู้ได้รับวีซ่านักเรียนไทยไปศึกษาประเทศออสเตรเลีย ปี ค.ศ.2018 เทียบกับ ปี 2017 แยกตาม Sector ต่างๆ พบว่า ELICOS มีจำนวนสูงสุด รองลงมาตามลำดับได้แก่ Vocational Education and Training :VET (อาชีวศึกษา) , Higher Education (อุดมศึกษา) , Schools (โรงเรียนต่างๆ) และ Non-award ได้แก่ หลักสูตรพื้นฐานต่างๆของออสเตรเลียโดยที่ไม่ได้รับประกาศนียบัตรจากทางรัฐบาล เช่น non-award foundation studies course จากสถิติดังกล่าวแสดง ELICOS มีความสำคัญและเป็นที่นิยมสูงมาก เรามาทำความรู้จักหลักสูตร ELICOS มีหลักสูตรเพื่อความประสงค์ในการใช้งานด้านใดบ้าง รายละเอียดดังนี้ รูปที่ 3 หลักสูตรภาษาอังกฤษสำหรับนักศึกษาต่างชาติ (ELICOS)  หลักสูตร ELICOS ของแต่ละสถาบันสอนภาษาอังกฤษ อาจมีแบ่งตามวัตถุประสงค์แตกต่างกันบ้างแต่ในที่นี้ขอยกมาเป็นตัวอย่างดังนี้ General English (ภาษาอังกฤษทั่วไป) เน้นการเสริมทักษะ สร้างความมั่นใจ ในการใช้ภาษา ทั้งการฟัง การพูด การพูด การอ่าน รวมทั้งการเขียน การนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน และต่อยอดไปเรียนต่อในระดับที่สูงขึ้น General English แบ่งระดับ (Levels) ต่างๆได้แก่ Elementary, Lower Intermediate, Intermediate, Upper Intermediate และ Advanced ตามลำดับ บางสถาบันอาจจัดแบ่งจำนวน Levels มากกว่านี้ก็มี Source: Prospectus [&#8230;]]]></description>
		
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เรียนต่อมาเลเซีย เมืองกัมปาร์ อีกเมืองหนึ่งที่น่าสนใจ</title>
		<link>https://sjworldedu.com/th/misc/study-kampar-my/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SJ WORLD EDUCATION]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 01 Feb 2022 03:37:59 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[[หน้าแรก] ประชาสัมพันธ์]]></category>
		<category><![CDATA[ทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[บทความน่ารู้]]></category>
		<category><![CDATA[เกี่ยวกับประเทศมาเลเซีย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sjworldedu.com/?p=8847</guid>

					<description><![CDATA[เรียนต่อมาเลเซีย เมืองกัมปาร์ อีกเมืองหนึ่งที่น่าสนใจ เมื่อนึกถึงการศึกษาประเทศมาเลเซีย ผู้ปกครอง และ นักเรียน มักจะถามถึง สถาบันการศึกษาในกัวลาลัมเปอร์ ซึ่งเป็นเมืองหลวงของประเทศมาเลเซีย เมืองปีนัง โกตาบารู และ อิโปห์ เป็นส่วนใหญ่ หลายท่านอาจจะยังไม่รู้จักเมืองกัมปาร์ซึ่งเป็นอีกเมืองหนึ่งที่น่าสนใจเพื่อเดินทางไปศึกษาต่อทั้งระดับมัธยมศึกษา และ อุดมศึกษา หรือ แม้แต่การเดินทางท่องเที่ยวในประเทศมาเลเซีย จึงขอแนะนำให้ท่านได้รู้จักเมืองกัมปาร์ ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากเมืองอิโปห์ (Ipoh) ตั้งอยู่ในรัฐเดียวกัน มีรายละเอียด ที่น่าสนใจดังนี้ กัมปาร์ (Kampar) เป็นเขตหนึ่งในสิบเขตการปกครองของรัฐเปรัค ประเทศมาเลเซีย ตั้งเป็นเขต (อำเภอ) เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2009 หลังจากสุลต่านแห่งเปรัค ประกาศกัมปาร์เป็นเขตที่ 10 ของรัฐ หน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่นคือสภาเขตกัมปาร์ (Kampar District Council or Majlis Daerah Kampar) ตั้งอยู่ในเมืองกัมปาร์ จากการเติบโตของประชากร สภาเขตกัมปาร์ สามารถขยายเป็นสภาเทศบาลได้ (Municipal Council or Majlis Perbandaran) และในที่สุดก็ถึงสภาเทศบาลเมือง (City Council or Majlis Bandaraya) ตามประวัติศาสตร์ เขตกัมปาร์เคยขึ้นชื่อเรื่องดีบุก เป็นหนึ่งในผู้ผลิตดีบุกรายใหญ่ในศตวรรษที่ 18 ในศตวรรษที่ 19 ย่าน Kinta มีชื่อเสียงในด้านดีบุก เป็นหุบเขาที่ผลิตดีบุกอันดับหนึ่งของโลก กัมปาร์ เป็นเมืองเล็กๆ ในรัฐเปรัค (Perak) ประเทศมาเลเซีย ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1887 โดยมีการค้นพบแร่ดีบุกที่อุดมสมบูรณ์ในเมืองนี้ ครั้งหนึ่งเคยล่มสลาย หลังจากการล่มสลายของอุตสาหกรรมดีบุกในช่วงต้นทศวรรษ 1980 วันนี้กัมปาร์กลายเป็นเมืองที่คึกคักอีกแล้ว เมื่อ มหาวิทยาลัย UTAR (Universiti Tunku Abdul Rahman) ตั้งวิทยาเขตที่นี่ในปี ค.ศ. 2007 ได้ให้ชีวิตใหม่แก่กัมปาร์ในฐานะศูนย์กลางการศึกษา&#160; &#160;ปัจจุบัน กัมปาร์ ถูกแบ่งออกเป็น เมืองใหม่ (New town) และ เมืองเก่า (Old town) เมืองเก่ากัมปาร์ (Kampar Old Town) ประกอบด้วย ตึกแถว บ้าน ร้านค้า ตามประวัติศาสตร์ยุคก่อนสงคราม ถนนสายหลัก 2 สายคือ ถนนจาลันโกเปง และจาลัน ไอดริส ร้านค้าเหล่านี้ส่วนใหญ่ยังคงสภาพเดิม สถานีตำรวจ ที่ทำการไปรษณีย์ โรงพยาบาล&#160; มัสยิด โบสถ์ คริสตจักร ฯลฯ และ สถานีรถไฟ KTM ทั้งหมดตั้งอยู่ในเมืองเก่า เมืองใหม่กัมปาร์ (Kampar New Town) ภายใต้การพัฒนาที่กว้างใหญ่ วันนี้ภาคการค้าและอุตสาหกรรมส่วนใหญ่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของกัมปาร์ เศรษฐกิจถูกขับเคลื่อนโดย การเปิด Tesco Hypermarket, Econsave and Giant Hypermarket. ลักษณะทางภูมิศาสตร์&#160; กัมปาร์ตั้งอยู่ในหุบเขาคินตา ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีว่ามีแร่ดีบุกสำรองสูง สภาพแวดล้อมที่กว้างใหญ่ ตลอดจนบ่อเหมืองร้าง เหมาะสำรับการตกปลา ซึ่งกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญสำหรับนักตกปลาทั่วประเทศโดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากกัวลาลัมเปอร์&#160; ที่มาของชื่อกัมปาร์ ทฤษฎีหนึ่งที่เป็นไปได้คือ Kampar ได้รับการตั้งชื่อตามแม่น้ำ Kampar (ทางตอนเหนือของเมืองปัจจุบัน) แม่น้ำนี้ได้ชื่อมาจากชาติพันธุ์ มาเลย์ ผู้อพยพจาก กัมปาร์รีเจนซี่ ในจังหวัดเรียวของสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งใช้แม่น้ำเพื่อนำทางไปยังต้นน้ำและแหล่งที่มาหลักของบรรพบุรุษของประชากร มาเลย์ ในท้องถิ่น สิ่งนี้มีมาก่อนการขุดแร่ดีบุกขนาดใหญ่ในกัมปาร์ การเดินทาง กัมปาร์มีเครือข่ายคมนาคมขนส่งที่ได้รับการพัฒนามาอย่างดีและการเชื่อมโยงทางรางที่มีประสิทธิภาพ รูปแบบการคมนาคมหลัก ได้แก่ รถประจำทาง รถแท็กซี่ และ รถไฟโดยสาร (Commuter Trains) ที่ให้ความสะดวกและรวดเร็วในการเข้าถึงส่วนต่างๆ ของประเทศ การเดินทางโดยรถไฟ สถานที่ท่องเที่ยว กัมปาร์และบริเวณโดยรอบมี สถานที่ท่องเที่ยว มากมาย และ กิจกรรมทางกายภาพตลอดทั้งวัน เช่น เดินป่า ล่องแก่ง และอื่นๆ อีกมากมาย จุดหมายปลายทางที่น่าไปเยี่ยมชมในกัมปาร์ ได้แก่ Kinta Tin Mining Museum [&#8230;]]]></description>
		
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เรียน ป.เอก อินเดีย ข้อควรรู้ ควรระวัง ! ก่อนการสมัครเรียน</title>
		<link>https://sjworldedu.com/th/blog/deception-in-india-education/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SJ WORLD EDUCATION]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 19 Jan 2022 07:55:19 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[[หน้าแรก] ประชาสัมพันธ์]]></category>
		<category><![CDATA[บทความน่ารู้]]></category>
		<category><![CDATA[เกี่ยวกับประเทศอินเดีย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sjworldedu.com/?p=8839</guid>

					<description><![CDATA[เรียน ป.เอก อินเดีย ข้อควรรู้ ควรระวัง ! ก่อนการสมัครเรียน การเรียนระดับปริญญาเอกในประเทศอินเดียเป็นเป้าหมาย ความใฝ่ฝันและได้รับความนิยมของนักศึกษาไทยจำนวนมาก ด้วยเหตุผลต่างๆ เช่น ระยะเวลาการเดินทางจากไทยที่ใกล้กว่าเมื่อเทียบประทศ สหรัฐอเมริกา อังกฤษ ออสเตรเลีย เป็นต้น ค่าเล่าเรียน ค่าครองชีพ ที่ถูกกว่าเมืองไทยจึงเป็นโอกาสที่ดีในการวางแผนการใช้จ่ายที่ง่ายขึ้น ภาษาที่ใช้ในการเรียนการสอนในอินเดีย สถาบันระดับอุดมศึกษา ส่วนใหญ่ใช้ภาษาอังกฤษ ได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ ภาษา วัฒนธรรม ที่หลากหลาย สถาบันการศึกษา และการเรียนการสอนเป็นที่ยอมรับในระดับโลก อย่างไรก็ตามอย่ามองข้ามปัญหาอุปสรรคที่อาจจะเกิดขึ้นกับท่าน บั่นทอนความตั้งใจ ไปไม่ถึงเป้าหมายจากสาเหตุเหล่านี้ ข้อควรรู้ ควรระวัง ก่อนการสมัครเรียน  การเรียน ป.เอก อินเดีย มีข้อควรรู้ ควรระวัง ก่อนการสมัครเรียน ที่ควรให้ความสนใจ ระมัดระวังเป็นกรณีพิเศษ ทั้งนี้เพราะมีผู้เป็นนายหน้าไม่ซื่อสัตย์ หลอกลวง ทำให้หลายคนตกเป็นเหยื่อของความไม่ซื่อสัตย์ ทั้งที่ปรากฏเป็นข่าวทางสื่อ และที่ไม่ปรากฎเป็นข่าวซึ่งเมื่อถูกหลอกลวงแล้วเก็บเงียบไม่เปิดเผยตัวมีความละอายที่หลงเชื่อ เสียรู้ เสียเวลา เสียค่าใช้จ่าย เสียความรู้สึก ไปแล้ว ดังนั้นก่อนสมัครเรียนควรศึกษาหารายละเอียดอย่างรอบคอบ อย่าหลงเชื่อบรรดานายหน้าที่ไม่ซื่อสัตย์ ซึ่งแฝงตัวอยู่หลายที่ ไม่ว่าจะเป็นคนชาติเดียวกันที่คอยมาทำตัวสนิท ชวนให้เชื่อในทางที่ผิด คนภาคเดียวกัน จังหวัดเดียวกัน ที่เลวร้ายกว่านั้นบางรายเป็นเพื่อนร่วมงานกันยังหลอกลวงกันเอง ใครเจอแบบนี้คงเสียความรู้สึกมากๆ พฤติกรรมการหลอกลวงเป็นอย่างไร  พฤติกรรมการหลอกลวง ชวนเชื่อให้หลงผิด พอจะสรุปได้ดังนี้ 1.การโฆษณาชวนเชื่อทางสื่อต่างๆ เช่น เช่าพื้นที่โฆษณาเล็กๆประมาณ 2 ตารางนิ้วในหนังสือพิมพ์รายวัน โพสข้อความฝากไว้ในเว็ปกระทู้ต่างๆ  แชร์ข้อความไว้ใน Fanpage การโฆษณามักจะบอกเฉพาะ ชื่อบุคคล และ เบอร์โทร ไม่เปิดเผยสถานที่ติดต่อหรือที่ตั้งสำนักงานหรือรายละเอียดการจดทะเบียนนิติบุคคลใดๆ และเสนอการให้บริการที่ทำให้ผู้เรียนรู้สึกว่าเรียน ป.เอกจบง่าย มีการช่วยเหลือ ทำแทนได้ทุกขั้นตอน โดยไม่ต้องไปอยู่ที่อินเดียเลย สมัครแล้วรอสอบจบอย่างเดียวเลย 2.สร้างเครือข่ายนายหน้าขึ้นมา เพื่อทำหน้าที่ชวนเชื่อ บอกต่อ คนใกล้ชิด กลุ่มเป้าหมายให้หลงผิด เข้าสู่กระบวนการมีการส่งต่องานกันเป็นกระบวนการตั้งแต่ในไทยไปจนถึงขั้นตอนในอินเดีย 3.กิจกรรมการตลาด ไม่ปรากฏว่ามีการเข้าร่วมกิจกรรมการแนะแนวการศึกษาต่างประเทศที่หน่วยงานราชการ และภาคเอกชน จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี เช่น งานนิทรรศการการศึกษาต่างประเทศ งานสัปดาห์วิชาการของแต่ละสถาบันการศึกษา งานตลาดนัดอุดมศึกษา เป็นต้น 4.การเรียกเก็บค่าบริการ มักจะเรียกเก็บแบบเหมาจ่ายอาจจะจ่ายงวดเดียวหรือแบ่งจ่ายเป็นงวด ผู้หลงผิดไม่ทราบเลยว่าค่าเรียนค่าธรรมเนียมที่จ่ายจริงให้แก่มหาวิทยาลัยจำนวนเท่าไร และมีการจ่ายให้มหาวิทยาลัยจริงไหมเพราะบรรดานายหน้าดังกล่าวจะไม่แสดงหลักฐาน ใบเสร็จของมหาวิทยาลัย โดยอ้างว่ามหาวิทยาลัยจะออกให้ตอนสอบจบแล้ว ซึ่งเป็นข้ออ้างที่ตลกมาก ราคาค่าบริการที่เรียกเก็บเมื่อประมาณปี 2013-2015 เขาจะเรียกเก็บคนละ 380,000 – 600,000บาท พิจารณาจากฐานะทางเศรษฐกิจ และ สังคมของผู้สมัคร ความรีบร้อนที่จะได้วุฒิ ป.เอก ด่วนขนาดไหน รวมทั้งถ้าไม่มีทักษะภาษาอังกฤษด้วยแล้วยิ่งจ่ายแพงไปอีก ยังไม่รวมค่าใช้จ่ายในขอวีซ่า การเดินทางไปอินเดีย ค่าทำเล่ม Thesis และ ค่าเอกสารตอนขอรับวุฒิการศึกษา 5.การปกปิดข้อมูลในขั้นตอนสำคัญของการศึกษา ป.เอก อินเดีย ตัวอย่าง เช่น ไม่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการเรียน Course Work, การทำวิจัย การตรวจการคัดลอกงานวิจัย (Plagiarism Check) การนำเสนอและการตีพิมพ์เผยแพร่บทความ, การขอวีซ่าเพื่อการวิจัย (Research Visa) รายละเอียดประมาณการค่าใช้จ่าย และค่าบริการที่เกี่ยวข้อง นักศึกษาบางรายถูกปิดกั้นไม่มีโอกาสได้เจอกับอาจารย์ที่ปรึกษาในการทำวิจัย (Research Guide) หากเจอกรณีเช่นนี้ตั้งข้อสังเกตได้เลยว่าไม่มีความสื่อสัตย์ ไม่สุจริต 6.ผลกระทบที่ตามมามีอะไรบ้าง 6.1 เอกสารการตอบรับที่ได้จากมหาวิทยาลัยฯ ไม่สมบูรณ์ขาดความน่าเชื่อถือ ซึ่งนายหน้าที่ไม่ซื่อสัตย์ ได้เอกสารมาโดยมิชอบ ปลอมแปลงแก้ไข เช่น มีลายเซ็น แต่ไม่มีชื่อ-สกุล ตัวบรรจง ไม่มีตราประทับในเอกสาร เมื่อนำไปประกอบการยื่นขอวีซ่า (Research Visa) ก็จะถูกสถานทูต ปฏิเสธ ไม่รับพิจารณา ส่งผลให้ไม่สามารถเข้าสู่ระบบการศึกษา ป.เอก ที่ถูกต้องได้ 6.2 หลอกให้รอขั้นตอนการสอบปากเปล่า (Viva Voce Examination) ทั้งที่ผู้เรียนยังไม่ได้ทำวิจัย หรือเรียน Course Work อ้างว่าจะลดขั้นตอนเหล่านี้มีผู้ดำเนินการแทนขอเพียงให้จ่ายเงินให้ครบตามที่นายหน้าผู้ไม่ซื่อสัตย์เรียกเก็บ หลายคนรอไม่ไหว เพราะระยะเวลาหลายปีไม่มีอะไรคืบหน้า และรู้แล้วว่าถูกหลอก ยอมทิ้งเงินที่หลงเชื่อจ่ายไปหลายแสน แต่ก็มีบางรายที่มีโอกาสได้ไปสอบ Viva Voce พอเป็นพิธี เพราะไม่มีดุษฎีนิพนธ์ที่ทำการวิจัยด้วยตัวเอง และเดินทางไปอินเดียโดยใช้วีซ่าท่องเที่ยว (Tourist Visa) อย่างเดียวเท่านั้น เนื่องจากไม่สามารถทำวีซ่าเพื่อการวิจัยได้ตามที่กล่าวมาแล้วข้างต้น แล้วขอจบ ป.เอก มีการจัดฉากถ่ายรูปหน้าอาคารเรียน เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ นายหน้าผู้ไม่ซื่อสัตย์ คงสมคบคิดกับบุคลากรของมหาวิทยาลัยฯบางคนตามที่ปรากฏเป็นข่าวใหญ่ทางสื่อในประเทศอินเดีย 6.3 [&#8230;]]]></description>
		
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เรียนต่อมาเลเซีย กับ การเตรียมข้อมูลด้านสุขภาพ</title>
		<link>https://sjworldedu.com/th/blog/preparation-health-information-studymy/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SJ WORLD EDUCATION]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 05 Oct 2021 04:50:24 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[[หน้าแรก] ประชาสัมพันธ์]]></category>
		<category><![CDATA[บทความน่ารู้]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sjworldedu.com/?p=8785</guid>

					<description><![CDATA[เรียนต่อมาเลเซีย กับ การเตรียมข้อมูลด้านสุขภาพ &#160; การไปศึกษาต่อต่างประเทศ นักเรียน ผู้ปกครอง ส่วนใหญ่จะให้ความสำคัญกับการค้นหาข้อมูลเพื่อเลือกหลักสูตร สถาบันการศึกษา ประมาณการค่าใช้จ่าย การเตรียมทักษะภาษาต่างประเทศ  การสมัครเรียนและการยื่นขอวีซ่า โดยอาจลืมนึกไปว่าข้อมูลด้านสุขภาพของนักเรียนเองก็เป็นสิ่งสำคัญในการสมัครเรียนหรือการยื่นขอวีซ่า หากไม่ได้เก็บข้อมูล เอกสารบันทึกสุขภาพไว้ก็จะทำให้เกิดความล่าช้าในการกรอกประวัติส่วนบุคคลด้านสุขภาพตามที่สถาบันการศึกษากำหนด จากประสบการณ์หลายปีต่อเนื่องของผู้เขียน ในการแนะแนวการศึกษาต่อต่างประเทศ สมัครเรียนยื่นขอวีซ่า ให้นักเรียนไปศึกษาต่อประเทศต่างๆ เช่น ออสเตรเลีย สิงคโปร์ อินเดีย และมาเลเซีย  จึงขอแนะนำเรื่องการเตรียมข้อมูลด้านสุขภาพของนักเรียนโดยขอยกตัวอย่างกรณีไปศึกษาต่อยังประเทศมาเลเซียซึ่งเป็นประเทศเพื่อนบ้านที่มีพรมแดนติดต่อกับไทยและเป็นประเทศสมาชิกประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนเช่นเดียวกับประเทศไทย  ข้อมูลด้านสุขภาพที่ทางสถาบันการศึกษาในมาเลเซียต้องการ 1.ข้อมูลเกี่ยวกับการฉีดวัคซีนตามกำหนด (Administration of scheduled imminisations) เป็นการสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับประวัติการฉีดวัคซีน ได้แก่ ชื่อวัคซีนป้องกันโรคต่างๆ และ วันเดือนปี ที่ได้รับการฉีดวัคซีน แต่เนื่องจากการได้รับวัคซีนตามแผนสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคของประเทศไทย ซึ่งเป็นวัคซีนพื้นฐานจะเริ่มตั้งแต่ แรกเกิด จนถึง อายุ 12 ขวบ (นักเรียน ป.6) ดังนั้นหาก ผู้ปกครองไม่ได้เก็บสมุดบันทึกสุขภาพไว้ก็จะไม่มีรายละเอียดเพียงพอ  ข้อมูลเกี่ยวกับการฉีดวัคซีนตามกำหนดที่สถาบันการศึกษามาเลเซียต้องการ ตามตารางที่ 1 &#160; ตารางที่ 1 การฉีดวัคซีนตามกำหนด (Administration of scheduled imminisations)   2.การเปิดเผยข้อมูลสุขภาพสำหรับการสมัครเรียน (Health Declaration form for Applicants) โดยยืนยันว่า ข้าพเจ้าขอประกาศว่าข้าพเจ้าปราศจากโรค/อาการดังต่อไปนี้ (I hereby declare that I am free from the following diseases/conditions.) ตัวอย่าง ตามตารางที่ 2 แบบประกาศสุขภาพสำหรับการสมัคร ข้าพเจ้าขอประกาศว่าข้าพเจ้าปราศจากโรค/อาการดังต่อไปนี้ &#160; ตารางที่ 2  แบบประกาศสุขภาพสำหรับการสมัคร (Health Declaration form for Applicants) ข้อความด้านล่างของตารางประกาศสุขภาพสำหรับการสมัครจะมีรายละเอียดที่ให้ผู้สมัครรับทราบและลงนามยอมรับ  ยกตัวอย่างเช่น   ข้าพเจ้าจะส่งตัวเองเข้ารับการตรวจสุขภาพหลังเดินทางมาถึง ตามภาคบังคับระเบียบของประเทศมาเลเซีย, กรณีที่ได้รับการวินิจฉัยว่ามีอาการใด ๆ ที่เห็นว่าไม่เหมาะกับการศึกษา   ข้าพเจ้าจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการเดินทางออกจากประเทศมาเลเซีย และ จะปฏิบัติตามข้อกำหนดการเข้าเมืองบนบัตร Visit pass และ การออกนอกประเทศมาเลเซียก่อนบัตรหมดอายุ หรือ กำหนดเวลาใดๆ ที่มอบให้ข้าพเจ้า แล้วแต่ว่าอย่างใดจะมาถึงก่อน  กรณีที่ได้รับการวินิจฉัยว่ามีเงื่อนไขใดๆ  ที่ข้าพเจ้าไม่จำเป็นต้องย้ายออกจากมาเลเซีย แต่ต้องได้รับการรักษาพยาบาล และ เลือกที่จะอยู่ต่อที่มาเลเซียเพื่อเรียนต่อ  ข้าพเจ้าจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เกี่ยวข้องโดยตรงและโดยอ้อม ต่อการจัดการทางการแพทย์ , ข้าพเจ้าขอยืนยันว่า EMGS Panel Clinic/University Health จะไม่รับผิดชอบในลักษณะใดๆ หรืออะไรก็ตามจาก EMGS Panel Clinic/University Health ที่รับรองสถานะทางการแพทย์ของข้าพเจ้าว่าเหมาะสมที่จะเรียน หรือ อาศัยอยู่ในมาเลเซียทั้ง ๆ ที่มีสภาพร่างกายตามที่อธิบายไว้ข้างต้น  ข้าพเจ้าตกลงว่า EMGS Panel Clinic/University Health พ้นจากการสูญเสียหรือความรับผิดใดๆ ที่เกิดขึ้นจากการสูญเสียนี้ และตกลงที่จะชดใช้ค่าเสียหายและป้องกันไม่ให้ EMGS Panel Clinic/University Health สูญเสีย หรือรับผิดชอบใดๆ ที่เกิดขึ้นจากการตัดสินใจนี้   3.ประวัติการฉีดวัคซีนของนักเรียน ค้นหาได้จากไหน หน่วยงานด้านสาธารณสุขที่รับผิดชอบในการฉีดวัคซีน  ได้แก่ โรงพยาบาล สถานีอนามัย ศูนย์บริการสาธารณสุข โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) เป็นต้น ตามปกติแล้ววัคซีนสำหรับทารกแรกเกิด ได้แก่ วัคซีนป้องกันวัณโรค (BCG) และวัคซีนป้องกันโรคตับอักเสบบี (HB) จะได้รับการฉีดจากโรงพยาบาลที่เด็กคลอด จากนั้นวัคซีนเข็มต่อไปจะอยู่ในความรับผิดชอบของ สถานีอนามัย ศูนย์บริการสาธารณสุข โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ที่อยู่ใกล้บ้าน วัคซีนตามแผนงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคของประเทศไทย รายละเอียดตามตารางที่ 3 ข้อมูลเกี่ยวกับการฉีดวัคซีนตามกำหนดจึงมีประโยชน์ ทั้งในด้านการเข้ารับวัคซีนเพื่อสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคได้ครบถ้วน ของ บุตรหลาน และใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงสำหรับการสมัครเรียน สมัครยื่นขอวีซ่า ในการศึกษาต่างประเทศ อีกด้วย ข้อมูลการฉีดวัคซีนตามกำหนดท่านสามารถดูได้จาก สมุดบันทึกสุขภาพแม่และเด็ก ที่จัดทำโดย กรมอนามัย และสำนักงาน สปสช.ซึ่งคุณแม่จะได้รับ และเริ่มบันทึกข้อมูล จากสถานพยาบาลตั้งแต่วันที่เข้ารับการฝากครรภ์ ดังนั้นควรเก็บรักษาไว้เพื่อประโยชน์ดังกล่าวแล้วข้างต้น และสิ่งที่จะต้องเตรียมเพิ่มเติมในสถานการณ์การแพร่ระบาด Covid-19 คงหนีไม่พ้นเรื่องหนังสือรับรองการฉีดวัคซีน Covid-19 ที่ออกให้โดยกระทรวงสาธารณสุขนั่นเอง สนใจบริการ [&#8230;]]]></description>
		
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เรียน ปริญญาเอกอินเดีย</title>
		<link>https://sjworldedu.com/th/blog/how-to-study-ph-d-india/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SJ WORLD EDUCATION]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 07 Sep 2021 09:34:10 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[[หน้าแรก] หลักสูตร]]></category>
		<category><![CDATA[India]]></category>
		<category><![CDATA[บทความน่ารู้]]></category>
		<category><![CDATA[หลักสูตรและโครงการ]]></category>
		<category><![CDATA[Ph.D in India]]></category>
		<category><![CDATA[study India]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sjworldedu.com/?p=8768</guid>

					<description><![CDATA[เรียน ปริญญาเอกอินเดีย การศึกษาระดับปริญญาเอกต่างประเทศ   อาจเป็นเป้าหมายหรือความใฝ่ฝันของหลายๆคน แต่ยังไม่มีโอกาสก้าวไปสู่การเริ่มต้นเพราะขาดข้อมูลในการตัดสินใจ ไม่ทราบว่าจะเริ่มต้นอย่างไร มีความกังวลในเรื่องความไม่พร้อมด้านต่างๆ เช่น ทักษะภาษาอังกฤษ ค่าใช้จ่าย การเลือกสาขาวิชา และสถาบันการศึกษา การสมัครเรียน การขอวีซ่า รวมไปถึงกลัวว่าจะถูกหลอกลวงจากผู้แนะนำบางรายตามที่ปรากฎเป็นข่าวทางสื่ออยู่บ่อยๆ ก่อนอื่นมาทำความเข้าใจเหตุผลว่าทำไมต้องไปเรียนที่อินเดีย ผู้เขียนเองมีโอกาสเดินทางไปอินเดียหลายครั้ง ทั้งเพื่อการเยี่ยมชมสถาบันการศึกษา การนำเสนอบทความทางวิชาการนานาชาติ และเพื่อการศึกษาของตัวเอง ทำให้ทราบเหตุผลว่าทำไมต้องไปเรียนที่อินเดีย สถาบันการศึกษา และ การเรียนการสอน ของอินเดียเป็นที่ยอมรับในระดับโลก ตัวอย่างที่เห็นได้ชัด คืออินเดียเป็นแหล่งผลิตบุคลากรด้าน Information Technology (IT), Programmer ที่มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับอันดับต้น ๆ ของโลก ภาษาที่ใช้ในการเรียนการสอน ระดับอุดมศึกษาของประเทศอินเดียส่วนใหญ่ใช้ภาษาอังกฤษ เป็นโอกาสดีที่จะได้เพิ่มทักษะด้านภาอังกฤษ ทั้งในการเรียน และการติดต่อสื่อสารในชีวิตประจำวัน ค่าเล่าเรียน และ ค่าครองชีพในอินเดีย ถูกกว่าในเมืองไทย ผู้เขียนได้สำรวจค่าเล่าเรียนเฉพาะระดับปริญญาเอกในเมืองไทย (ข้อมูล ปี 2563) พบว่าประมาณค่าเล่าเรียนตลอดหลักสูตร เริ่มต้นที่ 540,000 ถึง 630,000 บาท (บางมหาวิทยาลัยค่าใช้จ่ายสูงถึงล้านบาทก็มี) ในขณะที่ค่าเล่าเรียนระดับ ป.เอก ในอินเดียค่าเล่าเรียนเฉลี่ยต่อปีคิดเป็นเงินไทยประมาณ 80,000 บาท ถ้าคิดตลอดหลักสูตร 3 ปี เท่ากับประมาณ 240,000 บาท ส่วนค่าครองชีพของประเทศอินเดียก็ต่ำกว่าไทยประมาณหนึ่งเท่า ประสบการณ์ชีวิต   การเดินทาง ท่องเที่ยว จะได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม ที่หลากหลาย มีสถานที่ทางประวัติศาสตร์ และสถาปัตยกรรมที่มีชื่อเสียงระดับโลก เช่น ทัชมาฮาล(Taj Mahal)  สุสานหินอ่อน ที่ผู้คนเชื่อว่า เป็นสถาปัตยกรรมแห่งความรัก ที่สวยที่สุดในโลก   ถ้ำอชันตา (Ajanta Caves) ถ้ำ เอลโลรา (Ellora Caves) ซึ่งเป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมจากองค์กรยูเนสโก (UNESCO World Heritage Site) รวมทั้งสถานที่สำคัญทางพระพุทธศาสนา ที่ตั้งอยู่ในอินเดีย ได้แก่  สถานที่ตรัสรู้ ปฐมเทศนา ปรินิพาน ของพระพุทธเจ้า และอาจได้หาโอกาสไป ลุมพินีวัน ประเทศเนปาล สถานที่ประสูติ ของพระพุทธเจ้า เป็นการตามรอยพระพุทธเจ้า ณ สังเวชนียสถาน 4 ตำบลอย่างครบถ้วนด้วย เครือข่ายเพื่อต่างชาติ การเรียนที่อินเดียนอกจากจะได้เพื่อนชาวอินเดียแล้วยังได้พบเพื่อนจากประเทศอื่นๆ มากมายที่มาเรียนที่อินเดีย การศึกษาระดับปริญญาเอก อินเดีย หลักสูตรจะใช้เวลาประมาณ 3-5 ปี โดยการเรียนการสอนขึ้นอยู่กับแต่ละมหาวิทยาลัย กล่าวคือ บางมหาวิทยาลัยกำหนดให้เรียน Course Work และเขียน Thesis แต่บางมหาวิทยาลัยไม่ต้องเรียน Course Work แต่ต้องเขียน Thesis เพียงอย่างเดียวโดยยึดตามหัวข้อที่ อาจารย์ที่ปรึกษา (Research Guide) อนุมัติเท่านั้น ขั้นตอนการสมัครเรียน (Admission) ช่วงเวลาที่เปิดรับสมัครนักศึกษาประมาณช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ถึงเดือน กรกฎาคม ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการเปิด-ปิด ภาคเรียนของแต่ละมหาวิทยาลัย ซึ่งเวลาการเปิด-ปิด ภาคเรียนของแต่ละภูมิภาคของอินเดียอาจจะไม่ตรงกัน แต่โดยทั่วไป ภาคการศึกษาของมหาวิทยาลัยในอินเดีย ดังนี้ ภาคเรียนที่ 1 ประมาณเดือน กรกฎาคม-ธันวาคม ภาคเรียนที่ 2 ประมาณเดือน มกราคม- พฤษภาคม ดังนั้น การดำเนินการเรื่องต่างๆเกี่ยวกับการสมัครเรียนควรเริ่มต้นตั้งแต่ช่วงเดือน ธันวาคม-กุมภาพันธ์ ของทุกปีเพราะมหาวิทยาลัยอาจต้องใช้เวลาในการพิจารณา รายละเอียดที่ต้องดำเนินการในการเรียนปริญญาเอก อินเดีย  ศึกษารายละเอียด สาขาวิชา มหาวิทยาลัย ที่สนใจ และประเมินคุณสมบัติของตนเองว่าเป็นไปตามเงื่อนไข ข้อกำหนด ของมหาวิทยาลัยหรือไม่  เตรียมหัวข้อวิทยานิพนธ์ เขียน Research Proposal หรือ Synopsis ให้พร้อม ควรเตรียมการนำเสนอเป็นภาอังกฤษ หรือ เตรียมตัวสัมภาษณ์เกี่ยวกับหัวข้อวิทยานิพนธ์  เตรียมเอกสารประกอบการสมัคร ตามรายการที่มหาวิทยาลัยกำหนด โดยปกติแล้วอย่างน้อยต้องประกอบด้วย สำเนา Transcript ประกาศนียบัตร ป.โท ใบ Migration จากสถาบันการศึกษาเดิมตอนเรียน ป.โท รูปถ่าย สำเนา หน้า Passport ชื่อบิดา มารดา เป็นภาษาอังกฤษ นอกจากนั้นอาจมีบางมหาวิทยาลัยที่ต้องใช้ใบรับรองความรู้ภาอังกฤษ หรือใบแจ้งผลการสอบวัดระดับภาอังกฤษ  ยื่นเอกสารการสมัครเรียน [&#8230;]]]></description>
		
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Sandwich Courses UK</title>
		<link>https://sjworldedu.com/th/blog/sandwich-courses-uk/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SJ WORLD EDUCATION]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 09 Aug 2021 03:36:05 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[[หน้าแรก] หลักสูตร]]></category>
		<category><![CDATA[บทความน่ารู้]]></category>
		<category><![CDATA[Sandwich Courses UK]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sjworldedu.com/?p=8742</guid>

					<description><![CDATA[Sandwich Courses UK เรียนและฝึกงานในประเทศอังกฤษ โอกาสดีสำหรับนักเรียนไทย การเดินทางไปเรียนต่างประเทศในสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อ Covid-19 แม้จะได้รับผลกระทบและมีขั้นตอนการเตรียมตัวเพิ่มมากขึ้นแต่ไม่เกินความสามารถสำหรับนักเรียนที่มีความมุ่งมั่นตั้งใจ  ผู้เขียนได้รับข้อมูลจากตัวแทนประจำประเทศไทยของมหาวิทยาลัยในประเทศอังกฤษหลายมหาวิทยาลัย ทราบว่าประเทศอังกฤษ เปิดให้นักเรียนต่างชาติเดินทางเข้าประเทศ แผนกวีซ่าของสถานทูต อังกฤษประจำประเทศไทยเปิดทำการ ดังนั้นนักเรียนไทยจึงเริ่มเดินทางกันแล้ว และทราบว่านักเรียนต่างชาติก็ได้รับการฉีดวัคซีน Covid-19 ฟรีด้วยเพราะเป็นนโยบายของประเทศอังกฤษ เพื่อเป็นข้อมูลสำหรับนักเรียนที่สนใจและกำลังหาข้อมูลเพื่อไปเรียนต่อยังประเทศอังกฤษ ขอแนะนำ Sandwich Courses UK เรียนและฝึกงานในประเทศอังกฤษ แต่ก่อนที่จะกล่าวถึง Sandwich Courses มาทำความเข้าใจเกี่ยวกับเส้นทางสู่การศึกษาของสหราชอาณาจักร (Pathways in UK) ก่อนเล็กน้อย โดยเฉพาะนักเรียนที่สำเร็จการศึกษาระดับ มัธยมการศึกษาปีที่ 5 (ม.5) และ มัธยมการศึกษาปีที่ 6 (ม.6) ตามระบบการศึกษาของไทย รายละเอียดดังนี้ ระบบการศึกษาของสหราชอาณาจักร (UK Education System) การศึกษาในระดับปริญญาตรี (Bachelor Degree) ใช้เวลาเรียน 3 ปี และระดับปริญญาโท (Master Degree) ใช้เวลาเรียน 1 ปีทุกสาขาวิชา (ยกเว้นสาขาแพทย์) ถ้าผลการเรียนในระดับปริญญาตรี ดีมาก สามารถสมัครเข้ามหาวิทยาลัยระดับ Top 30 เพื่อเรียนต่อระดับปริญญาโท ไม่ว่าจะจบปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยระดับไหน นักเรียนไทยที่สำเร็จการศึกษา ม.6 ไปเรียนต่อที่ประะเทศอังกฤษ สามารถเลือกเรียนได้ 2 แบบ 1.แบบใช้เวลาเรียน 4 ปี โดยการเรียน Foundation Year 1 ปี ต่อด้วยระดับ ปริญญาตรีอีก 3 ปี (สามารถเลือกเรียนที่มหาวิทยาลัยระดับ Top 30 ได้) 2.แบบใช้เวลาเรียน 3 ปี โดยการเข้าเรียนในระดับปริญญาตรีโดยตรง (ส่วนมากจะเป็นมหาวิทยาลัยระดับปานกลางตั้งแต่อันดับที่ 31 Up) นักเรียน ม.6 เกรดเฉลี่ยดี สามารถเรียนจบ ปริญญาตรี ภายใน 3 ปี และเมื่อเรียนจบ ปริญญาตรีแล้วสามารถขอ วีซ่าทำงาน (Working Visa) เพื่ออยู่ทำงานต่อได้อีก 2 ปี สำหรับนักเรียนต่างชาติ รายละเอียดดังรูปที่ 1 นักเรียน ม.6 เกรดเฉลี่ยดี สามารถเรียนจบ ปริญญาตรี ภายใน 4 ปีรวม Sandwich Course และเมื่อเรียนจบ ปริญญาตรีแล้วสามารถขอ วีซ่าทำงาน (Working Visa) เพื่ออยู่ทำงานต่อได้อีก 2 ปี สำหรับนักเรียนต่างชาติ รายละเอียดดังรูปที่ 2 นักเรียนไทยที่สำเร็จการศึกษา ม.5 ไปเรียนต่อที่ประะเทศอังกฤษ สามารถเลือกเรียนได้ 2 แบบ นักเรียนชั้น ม.5 เกรดเฉลี่ย 3.00 สามารถเรียนจบปริญญาตรี ภายใน 4 ปี (Foundation Year and Bachelor Degree) เมื่อเรียนจบ ปริญญาตรีแล้วสามารถขอ วีซ่าทำงาน (Working Visa) เพื่ออยู่ทำงานต่อได้อีก 2 ปี สำหรับนักเรียนต่างชาติ รายละเอียดดังรูปที่ 3 นักเรียนชั้น ม.5 เกรดเฉลี่ย 3.00 สามารถเรียนจบปริญญาตรี ภายใน 5 ปี (Foundation Year, Sandwich Course and Bachelor Degree) เมื่อเรียนจบ ปริญญาตรีแล้วสามารถขอ วีซ่าทำงาน (Working Visa) เพื่ออยู่ทำงานต่อได้อีก 2 ปี สำหรับนักเรียนต่างชาติ รายละเอียดดังรูปที่ 4 มาถึงตอนนี้หลายท่านคงอยากจะทราบว่า Sandwich Course คืออะไรมีประโยชน์อะไรสำหรับนักเรียนต่างชาติบ้าง  หลักสูตร Sandwich Course ที่ประเทศอังกฤษ เป็นการเรียนโดยรวมเวลาฝึกงานกับเวลาเรียนเข้าด้วยกัน การเรียนแบบ [&#8230;]]]></description>
		
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
