<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>[หน้าแรก] หลักสูตร &#8211; SJ World Education</title>
	<atom:link href="https://sjworldedu.com/en/category/home-course/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://sjworldedu.com/en</link>
	<description>The best advice at no cost</description>
	<lastBuildDate>Thu, 30 Apr 2026 13:43:32 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.0.4</generator>
	<item>
		<title>เรียนภาษาอังกฤษเมือง บังกาลอร์ ประเทศอินเดีย แนะนำ Stratford English Academy</title>
		<link>https://sjworldedu.com/en/programs/english-course-bangalore/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SJ WORLD EDUCATION]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 30 Apr 2026 13:42:58 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[[หน้าแรก] หลักสูตร]]></category>
		<category><![CDATA[[หน้าแรก] แนะนำสถาบัน]]></category>
		<category><![CDATA[คอร์สและโครงการ]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[หลักสูตรและโครงการ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://sjworldedu.com/?p=9377</guid>

					<description><![CDATA[เรียนภาษาอังกฤษเมือง บังกาลอร์ ประเทศอินเดีย แนะนำ Stratford English Academy แนะนำสถาบัน: Stratford English Academy ตั้งอยู่ที่: No1, SMS Royal, 2nd Floor, Kammanahalli Main Road, Kammanahalli, above Adidas Showroom, St Thomas Town, Inasappa Layout, Kammanahalli, Bengaluru (Bangalore), Karnataka 560084 อินเดีย,560084 Stratford English Academy เปิดตั้งแต่ประมาณปี 2011 รูปแบบการเรียนในห้องเรียน (Offline) เป็นหลัก เวลาเรียน: จันทร์–ศุกร์ (ประมาณ 9:00–18:30) หลักสูตรที่เปิดสอน เน้น “ภาษาอังกฤษเพื่อใช้จริง” และ ทักษะการสื่อสารโดยมี คอร์สหลัก ๆ เช่น  Spoken English ฝึกพูดในชีวิตประจำวัน เน้นความมั่นใจ + การสื่อสารจริง IELTS / TOEFL Coaching เตรียมสอบเรียนต่อ ฝึกทั้ง Listening, Speaking, Writing Soft Skills &#38; Personality Development: Public speaking, Presentation skills, Body language  ภาษาอังกฤษเฉพาะทาง: Accent (สำเนียง), Grammar British / American English ระยะเวลาเรียน มีทั้งคอร์สสั้น (ไม่กี่สัปดาห์ –1 เดือน) และ คอร์สยาว (เช่น 6 เดือน) สามารถเลือกตามเป้าหมายได้ จุดเด่น : เน้น “พูดได้จริง” มากกว่าทฤษฎี บรรยากาศเรียนเป็นกันเอง ช่วยให้กล้าพูด มีทั้งภาษา + soft skills (เหมาะกับทำงาน) มี certificate หลังเรียนจบ รีวิวโดยรวม คะแนนรีวิวค่อนข้างสูง (4.9/5 จากผู้เรียนจำนวนมาก) ผู้เรียนชอบ ครูสอนเข้าใจง่ายพัฒนาการพูดดีขึ้นเร็ว ผู้เรียนต้องมีความตั้งใจและฝึกเองด้วย เหมาะสำหรับ  คนที่อยาก “พูดอังกฤษให้คล่องเร็ว” นักเรียน / คนทำงานที่ต้องใช้ภาษา คนที่อยากเรียนระยะสั้น + เน้นปฏิบัต สรุป  สถาบันนี้เหมาะกับสาย “ฝึกพูดจริงจังในเวลาไม่นาน” โดยเฉพาะถ้าคุณไปเรียนที่ Bangalore จะได้ใช้ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวันต่อเนื่อง ทำให้พัฒนาเร็วมาก หลักสูตร และ ประมาณการ ค่าใช้จ่าย ที่มา: Stratford English Academy หมายเหตุ: ราคานี้ไม่รวม : (1) ค่าวีซ่า E-Visa 2,200 บาท หรือ Sticker Visa (วีซ่าติดหน้าพาสปอร์ต) 5,000 บาท (2) ตั๋วเครื่องบินไป-กลับ (3) ค่าอาหาร ค่าครองชีพ ค่าใช้จ่ายส่วนตัว ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่ไม่ได้ระบุในเอกสารชุดนี้ (4) ค่าบริการสมัครเรียน ติดตามผล ของ SJ World Education แนะนำเมืองบังกาลอร์ (Bangalore) เมือง Bangalore (หรือชื่ออย่างเป็นทางการว่า Bengaluru) เป็นหนึ่งในเมืองใหญ่และสำคัญที่สุดของประเทศ India โดยมีจุดเด่นทั้งด้านเทคโนโลยี การศึกษา และคุณภาพชีวิตที่ค่อนข้างดีเมื่อเทียบกับเมืองใหญ่อื่น ๆในอินเดีย เมือง Bangalore (หรือ Bengaluru) เป็นหนึ่งในเมืองที่มีประชากรมากที่สุดของ India โดยมีตัวเลขประมาณดังนี้: จำนวนประชากรในเขตตัวเมือง (city proper): ประมาณ 8–9 ล้านคน [&#8230;]]]></description>
		
		
		
			</item>
		<item>
		<title>แนะนำหลักสูตร และ สถาบัน ปริญญาเอก (Ph.D.) มหาวิทยาลัย Christ (Deemed to be University) วิทยาเขตปูเน (Pune Lavasa Campus) ประเทศอินเดีย</title>
		<link>https://sjworldedu.com/en/country/india/institute-college-in/christ-uni-pune-india/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SJ WORLD EDUCATION]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 06 Sep 2025 15:16:48 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[[หน้าแรก] หลักสูตร]]></category>
		<category><![CDATA[[หน้าแรก] แนะนำสถาบัน]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[แนะนำสถาบัน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sjworldedu.com/?p=9317</guid>

					<description><![CDATA[แนะนำหลักสูตร และ สถาบัน ปริญญาเอก (Ph.D.) มหาวิทยาลัย Christ (Deemed to be University) วิทยาเขตปูเน (Pune Lavasa Campus) ประเทศอินเดีย &#160; Reference: https://lavasa.christuniversity.in/ Christ (Deemed to be University) ก่อตั้งขึ้นในชื่อ Christ College ในปี 1969 ได้ดำเนินการบุกเบิกเส้นทางความคิดริเริ่มในระดับอุดมศึกษาของอินเดียด้วยการนำหลักสูตรที่เป็นนวัตกรรมและทันสมัยมาใช้ ความยืนกรานเรื่องวินัยทางวิชาการ การถ่ายทอดการศึกษาแบบองค์รวม (Holistic Education)และการนำแนวปฏิบัติการศึกษาระดับสูงระดับโลกมาใช้โดยได้รับการสนับสนุนจากบุคลากรที่มีความคิดสร้างสรรค์และทุ่มเท คณะกรรมการ University Grants Commission (UGC) แห่งอินเดีย มอบอำนาจปกครองตนเองให้กับ Christ College ในปี 2004 และได้รับการยกย่องให้เป็นสถาบันที่มีศักยภาพความเป็นเลิศในปี 2006. ในปี 2008 ภายใต้ Section 3 of the UGC Act,ปี 1956 กระทรวงพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของรัฐบาลอินเดีย (Ministry of Human Resource Development of the Government of India) ประกาศให้สถาบัน ถือเป็นมหาวิทยาลัย (Deemed to be University),ในชื่อและสไตล์ของ Christ University หนึ่งในสถาบันแรกๆ ในอินเดียที่ได้รับการรับรองในปี 1998 โดย National Assessment and Accreditation Council (NAAC),รัฐบาลอินเดีย และต่อมาในปี 2004, 2016, 2022 มหาวิทาลัย Christ (Deemed to be University) ปัจจุบันได้รับการรับรองเกรด A+ (A+ Grade) มหาวิทยาลัยแห่งนี้ติดอันดับ 1 ใน 100 มหาวิทยาลัยชั้นนำของอินเดีย โดยอยู่ที่อันดับที่ 60 ในการจัดอันดับ NIRF India Ranking 2024 ของกระทรวงศึกษาธิการ รัฐบาลอินเดีย Christ (Deemed to be University) เป็นมหาวิทยาลัยสหสาขาวิชา (Multi-disciplinary University) ที่มุ่งเน้นการสอน การวิจัยและการบริการเสนอหลักสูตรปริญญาตรี ปริญญาโท และ ปริญญาเอก สาขามนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ (Social Sciences) วิทยาศาสตร์ (Sciences) พาณิชยศาสตร์ (Commerce การจัดการ (Management) วิศวกรรมศาสตร์ (Engineering) สถาปัตยกรรม (Architecture) การศึกษา (Education) และ กฎหมาย (Law) สำหรับนักศึกษามากกว่า 30,000 คน มหาวิทยาลัยเสนอโปรแกรมต่างๆ ในวิทยาเขต 4 แห่งในเมือง Bangalore รัฐ Karnataka,ที่ Lavasa ในเมืองปูเน่ รัฐ Maharashtra และ ที่ Ghaziabad in Delhi NCR รวม 6 แห่ง  วิทยาเขตแห่งนี้เป็นตัวอย่างอันชัดเจนของความหลากหลายทางวัฒนธรรมที่กลมกลืน(Harmonious Multiculturalism) ด้วยนักศึกษา จากทุกรัฐและเขตสหภาพและประเทศต่างๆ กว่า 60 ประเทศ Christ (Deemed to be University) ตีพิมพ์วารสารวิจัยที่ผ่านการตรวจสอบโดยผู้ทรงคุณวุฒิ (Peer-reviewed) จำนวน 6 ฉบับ และได้ตีพิมพ์หนังสือมากกว่า 300 เล่มเป็นภาษากันนาดา (Kannada) และ ภาษาอังกฤษ มหาวิทยลัย ส่งเสริมการกีฬา กิจกรรมดนตรีและวรรณกรรม, เป็นแหล่งบ่มเพาะความเป็นเลิศด้านความคิดสร้างสรรค์ Reference: https://christuniversity.in/history วิทยาเขตปูเน (Pune [&#8230;]]]></description>
		
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Barista/Café English Course</title>
		<link>https://sjworldedu.com/en/home-course/barista-cafe-english-course/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SJ WORLD EDUCATION]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 25 Oct 2022 09:56:35 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[[หน้าแรก] หลักสูตร]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sjworldedu.com/?p=9068</guid>

					<description><![CDATA[นักเรียนไทยส่วนใหญ่ที่มาเรียนต่อที่ออสเตรเลียจะเริ่มต้นเรียนภาษาอังกฤษ หลักสูตรภาษาอังกฤษแบบเข้มข้นสำหรับนักเรียนต่างชาติ (English Language Intensive Courses for Overseas Students : ELICOS เริ่มจากหลักสูตร General English (ภาษาอังกฤษทั่วไป) เน้นการเสริมทักษะ สร้างความมั่นใจ ในการใช้ภาษาทั้งการฟัง การพูด การพูด การอ่าน รวมทั้งการเขียน การนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน และต่อยอดไปเรียนต่อในระดับที่สูงขึ้น แบ่งออกเป็น 5 ระดับ เช่น Elementary, Lower or Pre – Intermediate, Intermediate, Upper Intermediate และ Advanced จะเริ่มต้นเรียนที่ระดับใดขึ้นอยู่กับระดับทักษะเดิมของนักเรียนโดยทางสถาบันสอนภาษาอังกฤษจะมีการสอบวัดระดับ (Placement Test) จากนั้นจึงจะจัดชั้นเรียนที่เหมาะสมให้กับนักเรียน อย่างไรก็ตามเมื่อนักเรียนมีทักษะความรู้ภาษาอังกฤษมสูงกว่า Intermediate ก็มีคุณสมบัติที่จะเลือกเรียนหลักสูตรภาษาอังกฤษเพื่อวัตถุประสงค์ต่างๆได้เช่น English for Academic Purposes: EAP (ภาษาอังกฤษเพื่อวัตถุประสงค์ทางวิชาการ),Exam Preparation (การเตรียมสอบภาษาอังกฤษ) , Vacation Course (ภาษาอังกฤษในช่วงปิดภาคเรียน) ,English and Work Experience (ภาษาอังกฤษและการฝึกงาน) , English Teacher Training (ฝึกอบรมอาจารย์ผู้สอนภาษาอังกฤษ) และ English for Hospitality and Tourism (ภาษาอังกฤษสำรับงานบริการต้อนรับและการท่องเที่ยว) เป็นต้น รายละเอียดเพิ่มเติม ติดตามได้ที่ บทความ: หลักสูตรภาษาอังกฤษสำหรับนักเรียนต่างชาติในออสเตรเลียความสำคัญของนักเรียนไทย https://www.sjworldedu.com/en/blog/elicos-in-australia-article/ สำหรับผู้ที่รักกาแฟ ต้องการหางานเป็นบาริสต้า (Barista) ขอแนะนำการเรียนรู้ทักษะภาษาอังกฤษ และร้านกาแฟ (Barista/Café English Course) เพื่อสำเร็จหลักสูตร แล้ว ได้รับการรับรองโดย TAFE Barista แต่ก่อนอื่นมาทำความรู้จักกับ TAFE ซึ่งย่อมาจาก Technical And Further Education เป็นสถาบันการศึกษาของรัฐบาลออสเตรเลีย ถือได้ว่าเป็นสถาบันที่มีเครือข่ายจำนวนมากและใหญ่ที่สุดในประเทศออสเตรเลีย เปิดสอนหลักสูตรภาษาอังกฤษ และ วิชาชีพในทุกสาขาวิชา การบริหารจัดการโดยรัฐบาลของออสเตรเลีย ทุกหลักสูตรมีคุณภาพและเป็นที่ยอมรับในระดับสากล หลักสูตร Barista/Café English Course Barista/Café English Course จะได้เรียนเนื้อหาด้านบาริสต้า (Barista) ด้วย ภาษาอังกฤษที่ใช้ในธุรกิจกาแฟ (Café English Course) ชั้นเรียน Barista ของ สถาบันที่เปิดสอน จะสอนวิธีทำกาแฟและมอบประสบการณ์การทำงาน และตำแหน่งงานที่เป็นที่ต้องการของธุรกิจร้านกาแฟ บางสถาบันจะมีสถาบันวิชาการด้านกาแฟ (Coffee Academy) สำหรับผู้เรียนได้ฝึกประสบการณ์การทำงานในร้านกาแฟด้วย จากการค้นหาหลักสูตรและสถาบันที่เปิดสอนพบว่าเกณฑ์การรับเข้าเรียนจะต้องมีพื้นฐานทักษะภาอังกฤษระดับ Intermediate + ขึ้นไป ระยะเวลาศึกษาของหลักสูตร 5 สัปดาห์ ค่าเล่าเรียนประมาณ 370 AUD:สัปดาห์ (ราคาปี 2022) จำนวนนักเรียนต่อชั้นเรียน ประมาณ 12-18 คน วันที่เริ่มเรียนและช่วงเวลาที่เรียนแต่ละวันสามารถจองล่วงหน้ากับสถาบันที่เปิดสอน เนื้อหาวิชาของหลักสูตรนี้ นักเรียนจะได้เรียน 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ เรียนกาแฟขั้นพื้นฐาน การทำกาแฟชั้นสูง โดยหลักสูตรกาแฟของ TAFE การฝึกอบรมและการฝึกภาคปฏิบัติ ภายใต้การดูแลของผู้สอน ภาคประสบการณ์การทำงาน การเตรียมการสำหรับการสมัครงาน และการสัมภาษณ์ เป็นต้น โดยสถาบันที่เปิดสอนจะจัดทำตารางเรียน (Time Table) ให้กับผู้เรียน เพื่อนักเรียนจะได้ทราบว่า แต่ละสัปดาห์ แต่ละวัน และแต่ละชั่วโมงจะได้เรียนเนื้อหาอะไรบ้าง ครอบคลุมเนื้อหาของหลักสูตร ตัวอย่าง ตารางเรียน (Time Table) Reference : www.impactenglish.edu.au , www.sjworldedu.com สมัครเรียน ขอวีซ่า เรียนออสเตรเลีย และติดตามประสานงานระหว่างเรียน โทร 0 7728 7111 , 08 5 791 9111 (ดร.สมนึก) Line ID : somnoek ผู้เขียน [&#8230;]]]></description>
		
		
		
			</item>
		<item>
		<title>อบรมบาริสต้า เสริมทักษะก่อนทำงานในออสเตรเลีย</title>
		<link>https://sjworldedu.com/en/country/australia/course-programs-au/barista-course/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SJ WORLD EDUCATION]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 17 Oct 2022 07:50:06 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[[หน้าแรก] หลักสูตร]]></category>
		<category><![CDATA[หลักสูตรและโครงการ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sjworldedu.com/?p=9057</guid>

					<description><![CDATA[อบรมบาริสต้า เสริมทักษะก่อนทำงานในออสเตรเลีย การทำงานในออสเตรเลีย จะทำให้มีประสบการณ์ชีวิต มีรายได้แบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในช่วงที่อาศัยอยู่ที่ออสเตรเลีย ผู้ถือวีซ่านักเรียน (Students Visa) จะได้รับอนุญาตให้ทำงาน Part-time ได้มากถึง 40 ชั่วโมงต่อทุกสองสัปดาห์ ขณะที่นักเรียนยังอยู่ในหลักสูตรตามภาคการศึกษา และไม่จำกัดจำนวนชั่วโมงระหว่างช่วงพักการศึกษา และ ผู้ถือวีซ่า Work and Holiday ตามความร่วมมือของรัฐบาลไทย และรัฐบาลออสเตรเลียที่เปิดโอกาสให้ เยาวชนไทย อายุระหว่าง 18-30 ปี สามารถเดินทางไปศึกษา ,ท่องเที่ยว และ ทำงานในประเทศออสเตรเลีย ได้อย่างถูกกฎหมาย ไม่จำกัดชั่วโมงการทำงาน ระยะเวลา 6 เดือนต่อ 1 นายจ้าง ดังนั้น อายุวีซ่า Work and Holiday 1 ปีจะต้องเปลี่ยนนายจ้างครั้งละ 6 เดือน นั่นเอง เมื่อ ผู้ถือวีซ่านักเรียน หรือ ผู้ถือวีซ่า Work and Holiday เดินทางถึงออสเตรเลีย ก็จะพยายามหาตำแหน่งงานว่าง สมัครงาน เพื่อสร้างรายได้ และประสบการณ์ตามที่ได้กล่าวข้างต้น ในส่วนของค่าแรงขั้นต่ำในประเทศออสเตรเลียมีการปรับใหม่จากเดิม 20.33 AUD./ชั่วโมง เป็น 21.38 AUD./ชั่วโมง ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2022 นับว่าเป็นข่าวดีสำหรับทุกท่าน ออสเตรเลียมีอุตสาหกรรมหลากหลายที่เปิดโอกาสให้มีการจ้างงานแบบ Part- time ได้แก่ ธุรกิจค้าปลีก เช่น ซุปเปอร์มาเก็ต ห้างสรรพสินค้า และ ร้านขายเสื้อผ้า งานบริการ เช่น คาเฟ่ บาร์ และห้องอาหาร งานท่องเที่ยว เช่น โรงแรม ที่พัก งานด้านการเกษตร เช่น ทำฟาร์ม หรือรับจ้างเก็บผลไม้ งานขาย และ การตลาดทางโทรศัพท์ การบริหารหรือธุรการทั่วไป รวมทั้งงานสอนพิเศษ เป็นต้น ผู้เขียนมีโอกาสได้เดินทางมาที่เมืองเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย หลายครั้ง ทั้งเพื่อการท่องเที่ยว และการนำคณะนักเรียนและครู-อาจารย์ ตามโครงการ English Summer Camp พบว่ามีร้านกาแฟจำนวนมาก เกือบทุกมุมถนน รสชาติดี อร่อยกลิ่นหอมกลมกล่อม บางร้านมีโรงคั่วกาแฟเป็นของตัวเอง ที่นี่นิยมการดื่มกาแฟมาก การนัดเจอ หรือ การคุยงานส่วนใหญ่ก็นัดเจอกันที่ร้านกาแฟ ย่านธุรกิจร้านกาแฟ Central Business District (CBD) , Melbourne Australia ชิมรสชาติกาแฟ อร่อย กลิ่นหอมกลมกล่อม เมลเบิร์น จึงถือได้ว่าเป็น เมืองหลวงแห่งกาแฟเมืองหนึ่งของโลก และ เคยมีรายงานการสำรวจและจัดอันดับเมืองน่าอยู่ที่สุดในโลก โดย Economist Intelligence Unit (EIU) เมลเบิร์นได้รับการจัดอันดับเป็นที่หนึ่ง สามารถครองตำแหน่งเมืองน่าอยู่ที่สุดในโลก 2 ปีติดต่อกันตั้งแต่ปี 2011 และปี 2012 อีกด้วย การมีร้านกาแฟจำนวนมากจะทำให้มีจ้างงานจำนวนมากด้วย แต่ผู้สมัครงานควรมีความรู้ ทักษะพื้นฐาน ด้าน Barista หรือ นักชงกาแฟ มิฉะนั้นอาจไม่สามารถเข้าสู่ตำแหน่งงานนี้ได้ หรืออาจมีโอกาสทำงานแต่ค่าแรงต่อชั่วโมงไม่เกินค่าแรงขั้นต่ำ แต่ถ้าได้อบรม เตรียมทักษะความรู้ไว้จะเข้าสู่ตำแหน่งงานได้ง่ายกว่าและค่าแรงรายชั่วโมงก็จะสูงกว่าค่าแรงขั้นต่ำ ประมาณ 3-5 AUD.ต่อชั่วโมงเป็นต้น เป็นต้น นับว่าเป็นการลงทุนในการอบรมที่คุ้มค่า ดังนั้น จึงขอแนะนำหลักสูตรด้าน Barista โดยเลือกหลักสูตรอบรมที่ใช้ช่วงเวลาสั้นๆ ประหยัดเวลา และ ค่าใช้จ่าย แต่สามารถนำความรู้ไปใช้ในงานได้ทันทีหลังจากเรียนจบหลักสูตร และได้รับ Certificate จากสถาบันฯที่ฝึกอบรมด้วย หลักสูตรอบรมที่เกี่ยวกับการทำงานร้านกาแฟที่ได้รับความนิยมและน่าสนใจขอแนะนำดังนี้ 1.หลักสูตร Barista Coffee Making หลักสูตรนี้สอนทักษะและความรู้ที่จำเป็นในการสกัดและเสิร์ฟเครื่องดื่มกาแฟเอสเปรสโซ โดยใช้เครื่องชงกาแฟเอสเปรสโซเชิงพาณิชย์ ต้องมีความสามารถในการแนะนำลูกค้าเกี่ยวกับเครื่องดื่มกาแฟ เลือกและบดเมล็ดกาแฟ จัดเตรียมและประเมินเครื่องดื่มกาแฟเอสเปรสโซและนำไปใช้ ดูแลรักษาและทำความสะอาดเครื่องชงกาแฟเอสเปรสโซ การซ่อมแซมอุปกรณ์ที่ซับซ้อนจะถูกส่งต่อไปยังช่างเทคนิคบริการผู้เชี่ยวชาญ ผู้เข้าร่วมอบรมจะได้เรียนรู้วิธี การจัดระเบียบร้านกาแฟ (Organise the coffee workstation) การเลือกและบดเมล็ดกาแฟ การแนะนำลูกค้าเกี่ยวกับเครื่องดื่มกาแฟเอสเพรสโซ่ การสกัดและตรวจสอบคุณภาพของเอสเพรสโซ นมพื้นผิว (Texture milk) การเสิร์ฟเครื่องดื่มกาแฟเอสเพรสโซ่ การทำความสะอาดอุปกรณ์เอสเปรสโซ เป็นต้น [&#8230;]]]></description>
		
		
		
			</item>
		<item>
		<title>นักเรียนไทย กับ ความนิยมไปเรียนต่อประเทศจีน</title>
		<link>https://sjworldedu.com/en/blog/thai-student-study-china-article/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SJ WORLD EDUCATION]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 04 May 2022 02:40:29 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[[หน้าแรก] หลักสูตร]]></category>
		<category><![CDATA[China]]></category>
		<category><![CDATA[บทความน่ารู้]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sjworldedu.com/?p=8924</guid>

					<description><![CDATA[นักเรียนไทย กับ ความนิยมไปเรียนต่อประเทศจีน หลายปีต่อเนื่องที่ผู้เขียนมีโอกาสแนะแนวการศึกษา สมัครเรียน ขอวีซ่า และติดตามประสานงานระหว่างเรียน แก่นักเรียนไทยที่ศึกษาต่อประเทศ เช่น ออสเตรเลีย สิงคโปร์ และ มาเลเซีย เป็นส่วนใหญ่ มักจะได้รับการสอบถามจากนักเรียน ผู้ปกครองบ่อยมากเกี่ยวกับการศึกษาต่อยังประเทศจีน โดยเฉพาะนักเรียนที่จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษา (High School) จากมาเลเซีย หรือสิงคโปร์ เพราะนักเรียนกลุ่มนี้มีทักษะทั้งภาษาอังกฤษ และภาษาจีน มากพอสมควรแล้ว จากการได้ใช้ชีวิตใน มาเลเซีย หรือ สิงคโปร์ เป็นระยะเวลา 3-5 ปี จึงมีประเทศเป้าหมายปลายทางของการศึกษาต่อที่ประเทศจีน จำนวนนักศึกษาต่างชาติในประเทศจีน ประเทศจีนมีการพัฒนาด้านเศรษฐกิจ และ สังคม ส่งผลให้นักศึกษาไทย และนักศึกษาต่างชาติในภาพรวมเลือกไปเรียนต่อที่ประเทศจีนมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลจากการสำรวจของ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ พบว่าตั้งแต่ในปี ค.ศ.2013-2020 นักศึกษาต่างชาติเข้ามาศึกษาในประเทศจีนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี กล่าวคือ ในปี ค.ศ.2013 มีจำนวน 328,000 คน และในปี ค.ศ.2019 เพิ่มขึ้นเป็น 492,000 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักศึกษาจากประเทศเกาหลีใต้มากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 22 รองลงมาได้แก่ประเทศไทย ร้อยละ 13 ปากีสถาน ร้อยละ 12 อินเดีย ร้อยละ 10 สหรัฐอเมริกา ร้อยละ 9 รัสเซีย ร้อยละ 9 อินโดนีเซีย ร้อยละ 7 ลาว ร้อยละ 7 ญี่ปุ่น ร้อยละ 6 และประเทศ คาซัคสถาน ร้อยละ 5 ตามลำดับ และ ข้อมูลจาก กระทรวงศึกษาธิการของจีน พบว่า ใน ปี ค.ศ.2018 มีนักศึกษาต่างชาติเดินทางเข้ามาเรียนในประเทศจีนทั้งหมด 492,185 คน จาก 196 ประเทศในจำนวนนี้มีนักศึกษาไทยมากเป็นอันดับที่ 2 เหตุผลที่ควรเรียนต่อประเทศจีน ประเทศจีนได้รับความนิยมมากทั้งการเดินทางท่องเที่ยวและการศึกษา มีประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่น่าสนใจ มีประชากรมากที่สุดในโลก การที่มีนักศึกษาต่างชาติจากทั่วโลกมาศึกษาที่จีนทำให้นักศึกษามีเครือข่ายเพื่อนต่างชาติ เปิดโลกกว้างทางวัฒนธรรมที่หลากหลายทั้งวัฒนธรรมของจีนและวัฒนธรรมอื่นๆทั่วโลก เหตุผลที่มักจะถูกใช้เป็นข้อมูลการตัดสินใจเลือกไปเรียนต่อจีนพอจะสรุปได้ดังนี้ 1.การพัฒนาภาษาจีน การใช้ชีวิตเรียนต่อในประเทศจีน อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ได้ใช้ภาษาจีนในชีวิตประจำวัน ช่วยให้สามารถสื่อสารภาษาจีนได้รวดเร็วกว่าการเรียนที่ไทย ความสำคัญของภาษาจีนคือเป็นภาษาที่มีคนใช้มากที่สุดในโลก นักธุรกิจจีนมาลงทุนทำธุรกิจในประเทศไทย และประเทศอื่นๆทั่วโลกเป็นจำนวนมาก ผู้ที่มีทักษะการสื่อสารเป็นภาษาจีนได้ ถือเป็นโอกาสดีเพราะความต้องการขอตลาดแรงงานสูงมาก 2.คุณภาพการศึกษา รัฐบาลจีนได้พัฒนาระบบการศึกษาจนติดอันดับโลก (Top University in China: QS World Ranking 2022) ติดอัน Top 50 มหาวิทยาลัยโลกถึง 5 อันดับ ตัวอย่างเช่น มหาวิทยาลัยชิงหวา (Tsinghua University) อันดับที่ 17 มหาวิทยาลัย ปักกิ่ง (Peking University) อันดับที่ 18  มหาวิทยาลัยฟูดาน (Fudan University) อันดับที่ 31 มหาวิทยาลัยเจ้อเจียง (Zhejiang University) อันดับที่ 45 และ มหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้เจียวทง (Shianghai Jiao Tong University) อันดับที่ 50 3.ค่าใช้จ่าย ได้แก่ ค่าเรียน ค่าครองชีพ การเดินทาง บริการขนส่งมวลชน ในประเทศจีนถูกกว่าเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ เช่น ออสเตรเลีย อังกฤษ สหรัฐอเมริกา เป็นต้น 4.โอกาสการเข้าสู่ตำแหน่งงาน ผู้สำเร็จการศึกษาจากประเทศจีน ที่สามารถพูดภาษาจีนได้ รวมทั้งเข้าใจในวัฒนธรรมของจีน มีโอกาสเข้าสู่ตำแหน่งงาน ทำงานในบริษัทของจีน มากขึ้น ซึ่งนักธุรกิจจีนมีการลงทุนทำธุรกิจ ในประเทศไทย และ ประเทศอื่นๆทั่วโลก ความต้องการบุคลากรที่สามารถสื่อสารภาษาจีนได้เป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานสูง 5.การได้รับประสบการณ์ ด้านต่างๆโดยตรง เช่น เช่นด้านภาษาและวัฒนธรรมของจีน และของชาติอื่นๆ ได้เรียนรู้จากการอยู่ร่วมกันกับกลุ่มคนหลายเชื้อชาติ ที่มาศึกษาในประเทศจีน การศึกษาในประเทศจีน กระทรวงศึกษาธิการของจีนเป็นผู้กำหนด ควบคุม ดูแลหลักสูตรตั้งแต่ระดับประถมศึกษาจนถึงระดับมหาวิทยาลัย ซึ่งมหาวิทยาลัยในประทศจีนเกือบทุกแห่งเป็นของรัฐบาล [&#8230;]]]></description>
		
		
		
			</item>
		<item>
		<title>หลักสูตรภาษาอังกฤษสำหรับนักเรียนต่างชาติในออสเตรเลีย ความสำคัญของนักเรียนไทย</title>
		<link>https://sjworldedu.com/en/blog/elicos-in-australia-article/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SJ WORLD EDUCATION]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 03 May 2022 06:50:07 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[[หน้าแรก] หลักสูตร]]></category>
		<category><![CDATA[บทความน่ารู้]]></category>
		<category><![CDATA[หลักสูตรและโครงการ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sjworldedu.com/?p=8907</guid>

					<description><![CDATA[หลักสูตรภาษาอังกฤษสำหรับนักเรียนต่างชาติในออสเตรเลีย ความสำคัญของนักเรียนไทย หลักสูตรภาษาอังกฤษแบบเข้มข้นสำหรับนักเรียนต่างชาติ (English Language Intensive Courses for Overseas Students : ELICOS) ในประเทศออสเตรเลีย เป็นหลักสูตรที่ได้รับความนิยมจากนักเรียนต่างชาติ เหมาะสำหรับการฝึกฝนภาษาอังกฤษเพื่อเตรียมความพร้อมหรือการปรับพื้นฐานทักษะภาษาอังกฤษ เรียนรู้วัฒนธรรมที่หลากหลาย ประสบการณ์การใช้ชีวิตในออสเตรเลีย ลดอุปสรรคที่จะเกิดขึ้นในการเรียน การใช้ชีวิต รวมถึงการทำงาน Part time สำหรับผู้ถือวีซ่านักเรียนด้วย ออสเตรเลียมีระบบ และ คุณภาพการศึกษาที่ยอดเยี่ยมมาก รัฐบาลของออสเตรเลียให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรมการศึกษาทำให้สามารถดึงดูดความสนใจให้นักศึกษานานาชาติเดินทางเข้าไปศึกษายังประเทศออสเตรเลียจำนวนมากปีละหลายแสนคน Source: Australian Trade and Investment Commission (Austrade) รูปที่ 1 Top 10 Countries Students number in Australia ข้อมูลจาก Australian Trade and Investment Commission (Austrade) พบว่า จำนวนนักศึกษาต่างชาติในประเทศออสเตรเลีย ข้อมูล พฤศจิกายน ค.ศ.2018 มีจำนวน 690,468 คน มากกว่า พฤศจิกายน 2017 ถึง 11 % 10 ลำดับประเทศที่มีจำนวนนักเรียนในประเทศออสเตรเลีย ได้แก่ China 204,490, India 89,214, Nepal 42,884, Brazil 26,237, Malaysia 26,034, Vietnam 24,094, Korea Republic of (South) 21,677,Thailand 17,898, Colombia 16,686 , และ Indonesia 16,502 คน ตามลำดับ ประเทศไทยอยู่ในอันดับ 8 ของ Top 10 Countries และอันดับ 3 ใน ASEAN Source: Australian Trade and Investment Commission (Austrade) รูปที่ 2 Student Visa grants for Thai Students สถิติผู้ได้รับวีซ่านักเรียนไทยไปศึกษาประเทศออสเตรเลีย ปี ค.ศ.2018 เทียบกับ ปี 2017 แยกตาม Sector ต่างๆ พบว่า ELICOS มีจำนวนสูงสุด รองลงมาตามลำดับได้แก่ Vocational Education and Training :VET (อาชีวศึกษา) , Higher Education (อุดมศึกษา) , Schools (โรงเรียนต่างๆ) และ Non-award ได้แก่ หลักสูตรพื้นฐานต่างๆของออสเตรเลียโดยที่ไม่ได้รับประกาศนียบัตรจากทางรัฐบาล เช่น non-award foundation studies course จากสถิติดังกล่าวแสดง ELICOS มีความสำคัญและเป็นที่นิยมสูงมาก เรามาทำความรู้จักหลักสูตร ELICOS มีหลักสูตรเพื่อความประสงค์ในการใช้งานด้านใดบ้าง รายละเอียดดังนี้ รูปที่ 3 หลักสูตรภาษาอังกฤษสำหรับนักศึกษาต่างชาติ (ELICOS)  หลักสูตร ELICOS ของแต่ละสถาบันสอนภาษาอังกฤษ อาจมีแบ่งตามวัตถุประสงค์แตกต่างกันบ้างแต่ในที่นี้ขอยกมาเป็นตัวอย่างดังนี้ General English (ภาษาอังกฤษทั่วไป) เน้นการเสริมทักษะ สร้างความมั่นใจ ในการใช้ภาษา ทั้งการฟัง การพูด การพูด การอ่าน รวมทั้งการเขียน การนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน และต่อยอดไปเรียนต่อในระดับที่สูงขึ้น General English แบ่งระดับ (Levels) ต่างๆได้แก่ Elementary, Lower Intermediate, Intermediate, Upper Intermediate และ Advanced ตามลำดับ บางสถาบันอาจจัดแบ่งจำนวน Levels มากกว่านี้ก็มี Source: Prospectus [&#8230;]]]></description>
		
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เรียน ป.ตรี อังกฤษ  ออสเตรเลีย  สวิตเซอร์แลนด์  หลักสูตรเข้มข้น  2+1 ทางเลือกที่ดีในยุคปัจจุบัน</title>
		<link>https://sjworldedu.com/en/home-course/bachelor-intensive-course-article/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SJ WORLD EDUCATION]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 18 Apr 2022 08:40:15 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[[หน้าแรก] หลักสูตร]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sjworldedu.com/?p=8898</guid>

					<description><![CDATA[เรียน ป.ตรี อังกฤษ  ออสเตรเลีย  สวิตเซอร์แลนด์ หลักสูตรเข้มข้น  2+1 ทางเลือกที่ดีในยุคปัจจุบัน การแพร่ระบาดของโรค Covid -19 ส่งผลกระทบอย่างกว้างขวาง ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม การเดินทาง ท่องเที่ยว การศึกษาในไทย และการศึกษาในต่างประเทศ ในปี 2560 ตามสถิติของกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ นักเรียนไทยที่กำลังใช้ชีวิตเป็นนักศึกษาในประเทศที่เป็นที่นิยมเช่น ประเทศออสเตรเลีย 29,583 คน สหรัฐอเมริกา 11,557 คน สหราชอาณาจักร 7,300 คน และนิวซีแลนด์ 3,600 คน แต่เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลให้การเดินทางไปเรียนต่อในต่างประเทศไม่สามารถทำได้ ในช่วงเวลานี้ แม้บางประเทศเริ่มผ่อนคลายให้นักเรียนเดินทางเข้าประเทศได้แล้ว แต่ต้องเพิ่มขั้นตอน และค่าใช้จ่าย ตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของ Covid -19 เพราะสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค Covid -19 มีความรุนแรง ไม่อาจทราบได้ว่าเมื่อไรสถานการณ์จะคลี่คลายลงได้  อีกทั้งพ่อ แม่ ผู้ปกครอง มีความกังวลไม่ต้องการให้บุตร หลาน ไปอยู่ห่างไกล และเสี่ยงอันตรายในการใช้ชีวิตในต่างประเทศ รวมถึงต้องการประหยัดค่าใช้จ่ายในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจนี้ด้วย การเรียนระดับปริญญาตรี หลักสูตรเข้มข้น 3 ปี โดยเรียนในไทย  2 ปีไทย และ 1ปีในมหาวิทยาลัยชั้นนำต่างประเทศ  เช่น อังกฤษ ออสเตรเลีย  สวิตเซอร์แลนด์  จึงเป็นทางเลือกที่ดีในยุคปัจจุบัน เพราะการเรียนช่วง 2 ปีแรกของหลักสูตรในไทย ประหยัดค่าใช้จ่าย ค่าเรียน ค่าครองชีพ ค่าเดินทาง และค่าวีซ่า ไม่เสียเวลารอในช่วงที่ยังไม่สามารถเดินทางไปต่างประเทศ โอกาสนี้จึงขอแนะนำหลักสูตร ดังนี้ หลักสูตรเข้มข้น 3 ปีสู่มหาวิทยาลัยชั้นนำในต่างประเทศ เปิดสอน 2 คณะวิชา ได้แก่ คณะบริหารธุรกิจ และ คณะการจัดการท่องเที่ยวและการโรงแรม  รายละเอียด คุณสมบัติของผู้สมัครและระยะเวลาการศึกษา ดังนี้ คุณสมบัติของผู้สมัคร จบ ม.3, หรือ IGCSE Year 10-12 สามารถสมัครเข้าเรียนเริ่มต้นที่ Level 3 จบ ม.6 หรือ เทียบเท่า GED, A-Level, Year 13 สามารถสมัครเข้าเรียน Level 4 อายุขั้นต่ำ 16 ปี สอบผ่าน English Test และการสัมภาษณ์กับ อาจารย์ ของสถาบัน KIP- Finn ระยะเวลาศึกษาของหลักสูตร ระยะเวลา 2 ปี ประเทศไทย (Level 3,4,5 Diploma 2 Years) ระยะเวลา 1 ปี ต่างประเทศ (Top up degree) ณ ประเทศ อังกฤษ ออสเตรเลีย สวิตเซอร์แลนด์ นักเรียนสามารถเลือกได้ตามความพร้อมความสนใจ  สำเร็จการศึกษาได้รับวุฒิปริญญาตรี โดยตรงจากมหาวิทยาลัยที่นักเรียนเลือกเรียนในปีสุดท้าย ดังนั้นนักเรียนสามารถ จบปริญญาตรีใช้เวลาเพียง 3 ปี คณะ และ สาขาวิชา ที่เปิดสอน รายละเอียดดังนี้ คณะบริหารธุรกิจ สาขา :  การบริหารธุรกิจ การบริหารจัดการองค์กรธุรกิจ การสร้างเจ้าของธุรกิจ การจัดการธุรกิจและการกลยุทธ์  การบริหารธุรกิจระดับโลก  การบริหารการตลาดออนไลน์  การบริหารการตลาด  การจัดการอีเว้นท์  การบริหารบัญชีและการจัดการ  การบริหารธุรกิจระหว่างประเทศ การสื่อสารธุรกิจระห่างประเทศ  การจัดการทรัพยากรมนุษย์  การบริหารโลจิสติก และ ธุรกรรมการเงินระหว่างประเทศ คณะการจัดการท่องเที่ยวและการโรงแรม สาขา :การจัดการท่องเที่ยวและโรงแรม การจัดการท่องเที่ยวและธุรกิจทัวร์ การจัดการโรงแรม การจัดการโรงแรมและอาหาร จุดเด่นของหลักสูตร   KIP-Finn เป็นสถาบันสอนหลักสูตร Level 5 Diploma จากประเทศอังกฤษ ศึกษาต่อTop up Degree ในปีสุดท้ายได้โดยตรงกับมหาวิทยาลัยรัฐบาลอังกฤษ KIP-Finn เปิดสอนมาตั้งแต่ปี 2563 [&#8230;]]]></description>
		
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เรียน ปริญญาเอกอินเดีย</title>
		<link>https://sjworldedu.com/en/blog/how-to-study-ph-d-india/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SJ WORLD EDUCATION]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 07 Sep 2021 09:34:10 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[[หน้าแรก] หลักสูตร]]></category>
		<category><![CDATA[India]]></category>
		<category><![CDATA[บทความน่ารู้]]></category>
		<category><![CDATA[หลักสูตรและโครงการ]]></category>
		<category><![CDATA[Ph.D in India]]></category>
		<category><![CDATA[study India]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sjworldedu.com/?p=8768</guid>

					<description><![CDATA[เรียน ปริญญาเอกอินเดีย &#160; การศึกษาระดับปริญญาเอกต่างประเทศ   อาจเป็นเป้าหมายหรือความใฝ่ฝันของหลายๆคน แต่ยังไม่มีโอกาสก้าวไปสู่การเริ่มต้นเพราะขาดข้อมูลในการตัดสินใจ ไม่ทราบว่าจะเริ่มต้นอย่างไร มีความกังวลในเรื่องความไม่พร้อมด้านต่างๆ เช่น ทักษะภาษาอังกฤษ ค่าใช้จ่าย การเลือกสาขาวิชา และสถาบันการศึกษา การสมัครเรียน การขอวีซ่า รวมไปถึงกลัวว่าจะถูกหลอกลวงจากผู้แนะนำบางรายตามที่ปรากฎเป็นข่าวทางสื่ออยู่บ่อยๆ ก่อนอื่นมาทำความเข้าใจเหตุผลว่าทำไมต้องไปเรียนที่อินเดีย ผู้เขียนเองมีโอกาสเดินทางไปอินเดียหลายครั้ง ทั้งเพื่อการเยี่ยมชมสถาบันการศึกษา การนำเสนอบทความทางวิชาการนานาชาติ และเพื่อการศึกษาของตัวเอง ทำให้ทราบเหตุผลว่าทำไมต้องไปเรียนที่อินเดีย สถาบันการศึกษา และ การเรียนการสอน ของอินเดียเป็นที่ยอมรับในระดับโลก ตัวอย่างที่เห็นได้ชัด คืออินเดียเป็นแหล่งผลิตบุคลากรด้าน Information Technology (IT), Programmer ที่มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับอันดับต้น ๆ ของโลก ภาษาที่ใช้ในการเรียนการสอน ระดับอุดมศึกษาของประเทศอินเดียส่วนใหญ่ใช้ภาษาอังกฤษ เป็นโอกาสดีที่จะได้เพิ่มทักษะด้านภาอังกฤษ ทั้งในการเรียน และการติดต่อสื่อสารในชีวิตประจำวัน ค่าเล่าเรียน และ ค่าครองชีพในอินเดีย ถูกกว่าในเมืองไทย ผู้เขียนได้สำรวจค่าเล่าเรียนเฉพาะระดับปริญญาเอกในเมืองไทย (ข้อมูล ปี 2563) พบว่าประมาณค่าเล่าเรียนตลอดหลักสูตร เริ่มต้นที่ 540,000 ถึง 630,000 บาท (บางมหาวิทยาลัยค่าใช้จ่ายสูงถึงล้านบาทก็มี) ในขณะที่ค่าเล่าเรียนระดับ ป.เอก ในอินเดียค่าเล่าเรียนเฉลี่ยต่อปีคิดเป็นเงินไทยประมาณ 80,000 บาท ถ้าคิดตลอดหลักสูตร 3 ปี เท่ากับประมาณ 240,000 บาท ส่วนค่าครองชีพของประเทศอินเดียก็ต่ำกว่าไทยประมาณหนึ่งเท่า ประสบการณ์ชีวิต   การเดินทาง ท่องเที่ยว จะได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม ที่หลากหลาย มีสถานที่ทางประวัติศาสตร์ และสถาปัตยกรรมที่มีชื่อเสียงระดับโลก เช่น ทัชมาฮาล(Taj Mahal)  สุสานหินอ่อน ที่ผู้คนเชื่อว่า เป็นสถาปัตยกรรมแห่งความรัก ที่สวยที่สุดในโลก   ถ้ำอชันตา (Ajanta Caves) ถ้ำ เอลโลรา (Ellora Caves) ซึ่งเป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมจากองค์กรยูเนสโก (UNESCO World Heritage Site) รวมทั้งสถานที่สำคัญทางพระพุทธศาสนา ที่ตั้งอยู่ในอินเดีย ได้แก่  สถานที่ตรัสรู้ ปฐมเทศนา ปรินิพาน ของพระพุทธเจ้า และอาจได้หาโอกาสไป ลุมพินีวัน ประเทศเนปาล สถานที่ประสูติ ของพระพุทธเจ้า เป็นการตามรอยพระพุทธเจ้า ณ สังเวชนียสถาน 4 ตำบลอย่างครบถ้วนด้วย เครือข่ายเพื่อต่างชาติ การเรียนที่อินเดียนอกจากจะได้เพื่อนชาวอินเดียแล้วยังได้พบเพื่อนจากประเทศอื่นๆ มากมายที่มาเรียนที่อินเดีย การศึกษาระดับปริญญาเอก อินเดีย หลักสูตรจะใช้เวลาประมาณ 3-5 ปี โดยการเรียนการสอนขึ้นอยู่กับแต่ละมหาวิทยาลัย กล่าวคือ บางมหาวิทยาลัยกำหนดให้เรียน Course Work และเขียน Thesis แต่บางมหาวิทยาลัยไม่ต้องเรียน Course Work แต่ต้องเขียน Thesis เพียงอย่างเดียวโดยยึดตามหัวข้อที่ อาจารย์ที่ปรึกษา (Research Guide) อนุมัติเท่านั้น ขั้นตอนการสมัครเรียน (Admission) ช่วงเวลาที่เปิดรับสมัครนักศึกษาประมาณช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ถึงเดือน กรกฎาคม ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการเปิด-ปิด ภาคเรียนของแต่ละมหาวิทยาลัย ซึ่งเวลาการเปิด-ปิด ภาคเรียนของแต่ละภูมิภาคของอินเดียอาจจะไม่ตรงกัน แต่โดยทั่วไป ภาคการศึกษาของมหาวิทยาลัยในอินเดีย ดังนี้ ภาคเรียนที่ 1 ประมาณเดือน กรกฎาคม-ธันวาคม ภาคเรียนที่ 2 ประมาณเดือน มกราคม- พฤษภาคม ดังนั้น การดำเนินการเรื่องต่างๆเกี่ยวกับการสมัครเรียนควรเริ่มต้นตั้งแต่ช่วงเดือน ธันวาคม-กุมภาพันธ์ ของทุกปีเพราะมหาวิทยาลัยอาจต้องใช้เวลาในการพิจารณา รายละเอียดที่ต้องดำเนินการในการเรียนปริญญาเอก อินเดีย  ศึกษารายละเอียด สาขาวิชา มหาวิทยาลัย ที่สนใจ และประเมินคุณสมบัติของตนเองว่าเป็นไปตามเงื่อนไข ข้อกำหนด ของมหาวิทยาลัยหรือไม่  เตรียมหัวข้อวิทยานิพนธ์ เขียน Research Proposal หรือ Synopsis ให้พร้อม ควรเตรียมการนำเสนอเป็นภาอังกฤษ หรือ เตรียมตัวสัมภาษณ์เกี่ยวกับหัวข้อวิทยานิพนธ์  เตรียมเอกสารประกอบการสมัคร ตามรายการที่มหาวิทยาลัยกำหนด โดยปกติแล้วอย่างน้อยต้องประกอบด้วย สำเนา Transcript ประกาศนียบัตร ป.โท ใบ Migration จากสถาบันการศึกษาเดิมตอนเรียน ป.โท รูปถ่าย สำเนา หน้า Passport ชื่อบิดา มารดา เป็นภาษาอังกฤษ นอกจากนั้นอาจมีบางมหาวิทยาลัยที่ต้องใช้ใบรับรองความรู้ภาอังกฤษ หรือใบแจ้งผลการสอบวัดระดับภาอังกฤษ [&#8230;]]]></description>
		
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Sandwich Courses UK</title>
		<link>https://sjworldedu.com/en/blog/sandwich-courses-uk/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SJ WORLD EDUCATION]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 09 Aug 2021 03:36:05 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[[หน้าแรก] หลักสูตร]]></category>
		<category><![CDATA[บทความน่ารู้]]></category>
		<category><![CDATA[Sandwich Courses UK]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sjworldedu.com/?p=8742</guid>

					<description><![CDATA[Sandwich Courses UK เรียนและฝึกงานในประเทศอังกฤษ โอกาสดีสำหรับนักเรียนไทย การเดินทางไปเรียนต่างประเทศในสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อ Covid-19 แม้จะได้รับผลกระทบและมีขั้นตอนการเตรียมตัวเพิ่มมากขึ้นแต่ไม่เกินความสามารถสำหรับนักเรียนที่มีความมุ่งมั่นตั้งใจ  ผู้เขียนได้รับข้อมูลจากตัวแทนประจำประเทศไทยของมหาวิทยาลัยในประเทศอังกฤษหลายมหาวิทยาลัย ทราบว่าประเทศอังกฤษ เปิดให้นักเรียนต่างชาติเดินทางเข้าประเทศ แผนกวีซ่าของสถานทูต อังกฤษประจำประเทศไทยเปิดทำการ ดังนั้นนักเรียนไทยจึงเริ่มเดินทางกันแล้ว และทราบว่านักเรียนต่างชาติก็ได้รับการฉีดวัคซีน Covid-19 ฟรีด้วยเพราะเป็นนโยบายของประเทศอังกฤษ เพื่อเป็นข้อมูลสำหรับนักเรียนที่สนใจและกำลังหาข้อมูลเพื่อไปเรียนต่อยังประเทศอังกฤษ ขอแนะนำ Sandwich Courses UK เรียนและฝึกงานในประเทศอังกฤษ แต่ก่อนที่จะกล่าวถึง Sandwich Courses มาทำความเข้าใจเกี่ยวกับเส้นทางสู่การศึกษาของสหราชอาณาจักร (Pathways in UK) ก่อนเล็กน้อย โดยเฉพาะนักเรียนที่สำเร็จการศึกษาระดับ มัธยมการศึกษาปีที่ 5 (ม.5) และ มัธยมการศึกษาปีที่ 6 (ม.6) ตามระบบการศึกษาของไทย รายละเอียดดังนี้ ระบบการศึกษาของสหราชอาณาจักร (UK Education System) การศึกษาในระดับปริญญาตรี (Bachelor Degree) ใช้เวลาเรียน 3 ปี และระดับปริญญาโท (Master Degree) ใช้เวลาเรียน 1 ปีทุกสาขาวิชา (ยกเว้นสาขาแพทย์) ถ้าผลการเรียนในระดับปริญญาตรี ดีมาก สามารถสมัครเข้ามหาวิทยาลัยระดับ Top 30 เพื่อเรียนต่อระดับปริญญาโท ไม่ว่าจะจบปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยระดับไหน นักเรียนไทยที่สำเร็จการศึกษา ม.6 ไปเรียนต่อที่ประะเทศอังกฤษ สามารถเลือกเรียนได้ 2 แบบ 1.แบบใช้เวลาเรียน 4 ปี โดยการเรียน Foundation Year 1 ปี ต่อด้วยระดับ ปริญญาตรีอีก 3 ปี (สามารถเลือกเรียนที่มหาวิทยาลัยระดับ Top 30 ได้) 2.แบบใช้เวลาเรียน 3 ปี โดยการเข้าเรียนในระดับปริญญาตรีโดยตรง (ส่วนมากจะเป็นมหาวิทยาลัยระดับปานกลางตั้งแต่อันดับที่ 31 Up) นักเรียน ม.6 เกรดเฉลี่ยดี สามารถเรียนจบ ปริญญาตรี ภายใน 3 ปี และเมื่อเรียนจบ ปริญญาตรีแล้วสามารถขอ วีซ่าทำงาน (Working Visa) เพื่ออยู่ทำงานต่อได้อีก 2 ปี สำหรับนักเรียนต่างชาติ รายละเอียดดังรูปที่ 1 นักเรียน ม.6 เกรดเฉลี่ยดี สามารถเรียนจบ ปริญญาตรี ภายใน 4 ปีรวม Sandwich Course และเมื่อเรียนจบ ปริญญาตรีแล้วสามารถขอ วีซ่าทำงาน (Working Visa) เพื่ออยู่ทำงานต่อได้อีก 2 ปี สำหรับนักเรียนต่างชาติ รายละเอียดดังรูปที่ 2 นักเรียนไทยที่สำเร็จการศึกษา ม.5 ไปเรียนต่อที่ประะเทศอังกฤษ สามารถเลือกเรียนได้ 2 แบบ นักเรียนชั้น ม.5 เกรดเฉลี่ย 3.00 สามารถเรียนจบปริญญาตรี ภายใน 4 ปี (Foundation Year and Bachelor Degree) เมื่อเรียนจบ ปริญญาตรีแล้วสามารถขอ วีซ่าทำงาน (Working Visa) เพื่ออยู่ทำงานต่อได้อีก 2 ปี สำหรับนักเรียนต่างชาติ รายละเอียดดังรูปที่ 3 นักเรียนชั้น ม.5 เกรดเฉลี่ย 3.00 สามารถเรียนจบปริญญาตรี ภายใน 5 ปี (Foundation Year, Sandwich Course and Bachelor Degree) เมื่อเรียนจบ ปริญญาตรีแล้วสามารถขอ วีซ่าทำงาน (Working Visa) เพื่ออยู่ทำงานต่อได้อีก 2 ปี สำหรับนักเรียนต่างชาติ รายละเอียดดังรูปที่ 4 มาถึงตอนนี้หลายท่านคงอยากจะทราบว่า Sandwich Course คืออะไรมีประโยชน์อะไรสำหรับนักเรียนต่างชาติบ้าง  หลักสูตร Sandwich Course ที่ประเทศอังกฤษ เป็นการเรียนโดยรวมเวลาฝึกงานกับเวลาเรียนเข้าด้วยกัน การเรียนแบบ [&#8230;]]]></description>
		
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เรียนหลักสูตร ACE ของสหรัฐอเมริกาในโรงเรียนไทย อีกทางเลือกหนึ่งของนักเรียนไทย</title>
		<link>https://sjworldedu.com/en/misc/review-ace-program/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SJ WORLD EDUCATION]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 03 Sep 2020 07:58:18 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[[หน้าแรก] หลักสูตร]]></category>
		<category><![CDATA[คอร์สและโครงการ]]></category>
		<category><![CDATA[ทั่วไป]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.sjworldedu.com/?p=8514</guid>

					<description><![CDATA[เรียนหลักสูตร ACE ของสหรัฐอเมริกาในโรงเรียนไทย อีกทางเลือกหนึ่งของนักเรียนไทย ตามที่รัฐบาลมาเลเซียได้ขยายเวลาการบังคับใช้มาตรการการควบคุมทางสังคม (Malaysia Movement Control Order :MCO) ไปจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2020 ในช่วงเวลาเดียวกันก็ยังไม่เปิดพรหมแดนรับชาวต่างชาติ เพื่อลดความเสี่ยงจากการแพร่ระบาดของโรค Covid-19  ดังนั้นนักเรียนไทยที่กำลังศึกษาต่อในประเทศมาเลเซีย ซึ่งเดินทางกลับมายังประเทศไทยตั้งแต่ กลางเดือน มีนาคม 2020 ก่อนถึงกำหนดการประกาศใช้ MCO และการ Lockdown อันเกิดจากผลกระทบจาก Covid-19 ของรัฐบาลมาเลเซีย ผู้เขียนมีโอกาส แนะแนวการศึกษา สมัครเรียน และ ติดตามประสานงานระหว่างเรียนให้นักเรียนไทยไปศึกษาต่อ ยังประเทศมาเลเซียมาเป็นเวลาหลายปีต่อเนื่อง โดยส่วนใหญ่จะเป็นนักเรียนระดับมัธยมศึกษา (High School) ทำให้ทราบว่าวิกฤต Covid-19 นี้ ส่งผลให้นักเรียนได้รับผลกระทบต่อโอกาส และความต่อเนื่องทางการศึกษาเป็นอย่างยิ่ง การแก้ปัญหาจากผลกระทบดังกล่าว ก็มีหลายวิธี ที่นักเรียน ผู้ปกครอง ใช้แก้ปัญหาเฉพาะหน้ากัน ตัวอย่างเช่น การเรียนกับสถาบันเดิมในมาเลเซียผ่านทางระบบออนไลน์ ก็อาจเจอปัญหา อุปสรรค อีกเช่นกัน ทั้งนี้อาจเกิด นักเรียนซึ่งไม่พร้อมหรือไม่คุ้นเคยกับการเรียนผ่านออนไลน์ จากผู้ปกครองซึ่งมีข้อจำกัดเรื่องเวลาในการควบคุมดูแลบุตรหลานให้เข้าสู่ระบบการเรียนออนไลน์อย่างสม่ำเสมอ รวมทั้งปัญหาด้านเทคนิคของเครือข่ายออนไลน์ และประสิทธิภาพในการจัดการเรียนการสอนออนไลน์ของแต่ละสถาบันการศึกษาในมาเลเซีย การย้ายกลับมาเรียนในประเทศไทย 2.1 โรงเรียนตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ กรณีนี้นักเรียน ต้องนำผลการเรียนจากสถานศึกษาที่เคยศึกษาในมาเลเซียมายื่นเพื่อเทียบรายวิชาโดยโรงเรียนและเขตพื้นที่การศึกษาพิจารณา และต้องเรียนรายวิชาเพิ่มเติมที่ไม่มีเรียนในมาเลเซีย เช่นภาษาไทย สังคมศึกษา ประวัติศาสตร์ เป็นต้น เพื่อปรับให้เข้ากับโครงสร้างของหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการไทย นักเรียน ผู้ปกครอง ต้องติดต่อหาโรงเรียนที่จะเข้าเรียนใหม่ การรับเข้าเรียนขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละโรงเรียนเพราะนักเรียนจะต้องปรับเปลี่ยนระดับชั้นเรียนไปตามรายวิชาที่ต้องเรียนเพิ่มเติมจนครบตามหลักสูตร 2.2 โรงเรียนนานาชาติ (International School) เป็นทางเลือกที่ดีอีกทางเลือกหนึ่งเพราะนักเรียนที่เคยเรียนในต่างประเทศมีทักษะด้านภาษาอังกฤษพอสมควรแล้ว แต่ค่าใช้จ่ายทั้งค่าเรียนและค่าครองชีพ ต้องนำมาประกอบพิจารณาด้วยเช่นกัน เพราะส่วนใหญ่โรงเรียนนานาชาติในเมืองไทยมักตั้งอยู่ในเมืองธุรกิจ เมืองใหญ่ ส่งผลต่อค่าใช้จ่ายทั้งค่าเรียนและค่าครองชีพที่สูงตามไปด้วย 2.3 เรียนการศึกษานอกโรงเรียน (กศน.) คุณสมบัติก็ต้องเป็นไปตามที่กระทรวงศึกษากำหนด เช่น ผู้สมัครเรียนต้องพ้นเกณฑ์การศึกษาภาคบังคับหรืออายุ 16 ปีขึ้นไป กรณีนักเรียนที่มีอายุต่ำกว่า 15 ปีบริบูรณ์และยังไม่จบการศึกษาภาคบังคับนั้น สามารถเรียน กศน.ได้แต่ต้องมีหนังสือส่งตัวจากเขตพื้นที่การศึกษาเพื่อจัดการเรียนการสอนให้มีระยะเวลาเท่ากับเด็กวัยเดียวกัน และต้องเรียนครบจำนวนหน่วยกิต ตามโครงสร้างของหลักสูตรของ กศน. นอกจากนั้นผู้สมัครต้องไม่เป็นนักเรียนหรือนักศึกษาที่กำลังศึกษาอยู่ในสถานศึกษาในระบบโรงเรียนหรือนอกระบบโรงเรียน เป็นต้น 3. การเรียนกวดวิชาเพื่อสอบเทียบวุฒิ ม.ปลาย เช่น GED (General Education Development)  รายละเอียดเพิ่มเติม คลิก https://www.sjworldedu.com/th/blog/ged-test-for-high-school-students-part-1/ 4. เรียนหลักสูตร ACE ของสหรัฐอเมริกาในโรงเรียนไทย อีกทางเลือกหนึ่งของนักเรียนไทย    ผู้เขียนได้รับการแนะนำจากเพื่อนร่วมงานด้านการแนะแนวการศึกษาต่างประเทศ ให้เข้าเยี่ยมชมสถานศึกษาที่เปิดสอนหลักสูตร ACE ในเมืองไทยแห่งหนึ่ง คือ Little Lamb School จังหวัดชุมพร ทั้งนี้เพื่อนผู้แนะนำได้ย้ายนักเรียน ที่กำลังเรียนอยู่ในมาเลเซีย  ทั้งลูก และนักเรียนในความดูแลในฐานะ Host Family มาเรียนในโรงเรียนแห่งนี้ ผมจึงเดินทางไปเยี่ยมโรงเรียน โดยได้รับการต้อนรับ และให้รายละเอียดที่เป็นประโยชน์ต่อการแนะแนวการศึกษาเป็นอย่างดีจากผู้บริหาร ครู และ เจ้าหน้าที่ ของโรงเรียน ได้เข้าชมบรรยากาศการเรียนการสอนและกิจกรรมต่างๆในห้องเรียนถือเป็นโอกาสดีมาก ด้วยความสนใจผมจึงมาศึกษาเพิ่มเติมจากแหล่งข้อมูลที่เกี่ยวข้อง จึงขอแบ่งปันให้นักเรียน ผู้ปกครองได้ทราบเป็นข้อมูลด้วย รายละเอียดดังนี้ 4.1 ทำความรู้จักหลักสูตร ACE ACE ย่อมาจาก Accelerated Christian Education เป็นหลักสูตรจากประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นที่รู้จัก ยอมรับระดับสากล ทั่วโลก มีโรงเรียนที่ใช้หลักสูตร ACE ทั้งที่เปิดสอนในโรงเรียน และการศึกษาโดยครอบครัวที่คุณพ่อ คุณแม่ ผู้ปกครองจัดขึ้นเพื่อบุตรหลานซึ่งเรียกว่า โฮมสคูล (Home school) จากข้อมูลพบว่า 147 ประเทศทั่วโลก และสถานศึกษามากกว่า 6,000  แห่งที่ใช้หลักสูตรนี้  ACE พัฒนามาตั้งแต่ ปี 1970 โดย ดร.โดนัลด์ ฮาวเวิร์ด (Dr.Donald Howard) และคณะ 4.2 สาระสำคัญของหลักสูตร ACE ที่น่าสนใจจากการเยี่ยมชมโรงเรียนและศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม ทำให้ทราบว่า สาระสำคัญของหลักสูตร ACE ที่น่าสนใจ เช่น Individualization การตอบสนองให้สอดคล้องความต้องการของนักเรียนในรายบุคคล ในส่วนนี้จะแตกต่างจากระบบการศึกษาทั่วไปซึ่งส่วนใหญ่ครูจะทำหน้าที่สอน นักเรียนเป็นผู้ฟัง แต่ในหลักสูตร ACE นักเรียนจะเป็นผู้เรียนรู้อย่างแท้จริง [&#8230;]]]></description>
		
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
